
สเปน ประเทศที่ครองตำแหน่งผู้นำด้านการท่องเที่ยวระดับโลก เนื่องจากช่วงต้นปี 2025 มียอดนักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งสูงถึง 1.7 ล้านคน ไม่เพียงแค่ในช่วงต้นปี 2025 เท่านั้น แต่ก่อนหน้านี้ ‘สเปน’ ก็มีผลงานในด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างโดดเด่น ทั้งทางด้านจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงก่อนเกิดวิกฤต COVID-19 มีตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าเยี่ยมชมประเทศมากที่สุดในโลก โดยในปี 2019 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 83.7 ล้านคน กวาดรายได้จากภาคการท่องเที่ยว คิดเป็นสัดส่วนกว่า 12% ของ GDP รวมถึงเป็นประเทศที่สามารถฟื้นตัวจากวิกฤต COVID-19 ได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาเยี่ยมชมประเทศได้ในระดับใกล้เคียงกับปี 2019 อีกด้วย
สเปนกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยการประกาศ “แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของสเปน 2030 (Spanish Tourism Strategy 2030)” ซึ่งมีเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่โมเดลการท่องเที่ยวที่เน้นความยั่งยืน คุณภาพ และการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสังคม

โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืนของสเปน
โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืนของสเปน เป็นแผนงานที่ครอบคลุมและบูรณาการ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดจากการวัดความสำเร็จด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว (Mass Tourism) ไปสู่การวัดด้วยคุณภาพชีวิตและผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน (Quality of Life and Positive Impact) เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบ และเป็นแกนหลักของการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศในระยะยาว โดยสเปน มีการวางรากฐาน พัฒนา และใช้แนวคิด “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” มาตั้งแต่ช่วงปี 1980 สเปนได้เข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) ในปี 1986 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนและมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น ต่อมาช่วงทศวรรษ 1990 มีการจัดทำแผนความเป็นเลิศและพลวัตด้านการท่องเที่ยว (Tourism Excellence and Dynamization Plans) ซึ่งเน้นความสำคัญของวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และระดับท้องถิ่น และในปัจจุบัน มีการผลักดันเชิงกลยุทธ์ ทำให้โมเดลนี้ได้รับการเน้นย้ำและกำหนดทิศทางอย่างเป็นรูปธรรมใน ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของสเปน ค.ศ. 2030 (Sustainable Tourism Strategy of Spain 2030) ซึ่งรัฐบาลสเปนได้ให้การอนุมัติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนผ่านการท่องเที่ยวของสเปนไปสู่การเติบโตที่สมดุลและยั่งยืนในระยะกลางและระยะยาว
แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของสเปน ภายในปี 2030
เป็นแผนงานระดับชาติที่มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนผ่านภาคการท่องเที่ยวของสเปนไปสู่รูปแบบที่ยั่งยืน สมดุล และครอบคลุม เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวของโลกในระยะยาว แผนการนี้ยึดหลักสำคัญ 2 ประการ คือ
1. ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People-Centric): คำนึงถึงผลประโยชน์ และผลกระทบ ต่อทั้งผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
2. ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน 3 มิติ (Triple Sustainability): ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

แผนยุทธศาสตร์ฯ นี้ มีการผสมผสานจุดตัดระหว่าง 5 กลุ่มบุคคลหลัก กับ 3 เสาหลักของความยั่งยืน ก่อให้เกิดเป็น 15 เป้าหมายร่วมกัน ที่สเปนต้องการบรรลุ (5 Focus Areas x 3 Pillars = 15 Common Goals)
โดย “กลุ่มบุคคลหลัก (Focus Areas)” เป็นมุมมองที่ใช้กำหนดนโยบายการท่องเที่ยว ที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่
1. ผู้สร้างจุดหมายปลายทาง (Destinations): ได้แก่ การส่งเสริมการจัดการการท่องเที่ยว ส่งเสริมการบริหารจัดการแบบประสานความร่วมมือ (Collaborative Governace) ส่งเสริมการท่องเที่ยวสีเขียวและการท่องเที่ยวสีน้ำเงินที่ลดการปล่อยมลพิษ ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่งอย่างมีประสิทธิภาพ
2. ผู้สร้างงาน (Businesses): ได้แก่ การส่งเสริมนวัตกรรมและการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลที่สร้างความสามารถในการแข่งขัน สนับสนุนบริษัทที่รับผิดชอบให้บูรณาการหลักเกณฑ์ด้านความยั่งยืนและปฏิบัติตามหลักเศรษฐกิจโดยยึดหลักประสิทธิภาพ การลดของเสีย และการบริโภคในท้องถิ่น
3. ผู้ทำงานในภาคการท่องเที่ยว (Workers): คือ การกำหนดให้บุคคลกลุ่มนี้เป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยว โดยฝึกการจัดอบรมอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาเงื่อนไขการทำงานและส่งเสริมความครอบคลุม เพื่อสร้างงานที่เหมาะสมและยั่งยืนภายใต้กรอบการเปลี่ยนผ่านสีเขียวและการเปลี่ยนผ่านดิจิทัล
4. ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ (Residents): ได้แก่ การเสริมสร้างความสามัคคีทางสังคม สร้างสมดุลการใช้พื้นที่สาธารณะ และคุ้มครองวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อให้กิจกรรมการท่องเที่ยวสามารถผสานเข้ากับวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยในสังคมได้อย่างกลมกลืน ในกรณีนี้ จะมีการจัดตั้งหน่วยสังเกตการณ์ที่พักนักท่องเที่ยว เพื่อจัดทำแผนที่ความหนาแน่นของการท่องเที่ยว (Tourism Intensity) ในแต่ละพื้นที่ รวมถึงที่พักต่าง ๆ เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวและการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ท่องเที่ยว
5. นักท่องเที่ยว (Tourists): ได้แก่ การส่งเสริมการทำตลาดที่รับผิดชอบ (Responsible Marketing) เพื่อให้สเปนเป็นจุดหมายปลายทางที่ยั่งยืน สร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มนักเดินทาง และส่งเสริมการปฏิบัติตนที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
ส่วน “3 เสาหลักของความยั่งยืน (The Three Pillars of Sustainability)” เป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่ใช้ในการประเมินและขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยต้องสร้างความสมดุลระหว่างมิติทั้ง 3 นี้ไปพร้อมกัน ได้แก่
1. มิติเศรษฐกิจ (Economic Sustainability): เน้นสร้างความมั่นคั่งและเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
2. มิติสังคม (Social Sustainability): เน้นสร้างความเป็นอยู่ที่ดี ความเท่าเทียม และความยุติธรรม ในสังคม
3. มิติสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability): เน้นการปกป้อง อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และระบบนิเวศ

โมเดลการท่องเที่ยวและแผนยุทธศาสตร์นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสเปนในการสร้างอนาคตให้กับการท่องเที่ยวของประเทศที่จะต้องเติบโตไปพร้อมกับการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม สอดคล้องกับแนวทางการปรับตัวของหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ที่หันมาให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในมิติอื่น ๆ นอกเหนือจากตัวเลขทางเศรษฐกิจในระยะยาว ดังเช่นประเทศไทยของเราเอง ที่ล่าสุดก็ได้ประกาศยุทธศาสตร์ระดับชาติ ในด้านการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยว เพื่อก้าวสู่การเป็น New Thailand ที่ต้องเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการมองข้ามนัยยะเชิงปริมาณ แต่คือการผลักดัน “คุณค่าที่ผู้คนได้รับเมื่อได้เหยียบแผ่นดินไทย” เป็นสำคัญ
Sources:
– https://turismo.gob.es/es-es/estrategia-turismo-sostenible/paginas/index.aspx
– https://globthailand.com/spain-25112025/