Wednesday, 11 February 2026

ร่วมก้าวสู่วิถี SAF เชิ้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน

รู้หรือไม่ ตารางเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศบนโลก นับตั้งแต่ 1 มกราคมจนถึง 16 มิถุนายนปีนี้ อยู่ที่ 16,516,812 เที่ยวบิน คิดเป็นยอดเฉลี่ยสูงถึง 98,314 เที่ยวบินต่อวัน !

ข้อมูลของ International Air Transport Association (IATA) ยังระบุว่าในปี 2024 ยอดผู้เดินทางบินไปมาทั่วโลกน่าจะทุบสถิติอยู่ที่ 4.96 ล้านราย สอดรับกับผลสำรวจที่ชี้ว่าผู้คนส่วนใหญ่วางแผนจะเดินทางมากขึ้นจากปีก่อน โดยประมาณการณ์กันไว้ว่า รายได้จากอุตสาหกรรมการบินโลกในปีนี้ มีโอกาสทำสถิติใหม่ที่ 996 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท)

ขณะที่สถานการณ์การบินพาณิชย์โลกกำลังเติบโต สิ่งหนึ่งที่ก็กำลังพัฒนาไปพร้อม ๆ กันคือนวัตกรรมเชื้อเพลิงของอากาศยาน ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมี เพื่อรองรับความต้องการของนักเดินทาง แต่ยังต้องตอบโจทย์วิกฤติภาวะโลกเดือด ซึ่งการใช้เชื้อเพลิงในวิถีเก่าอย่างฟอสซิลต้องไม่ใช่คำตอบที่ใช่อีกต่อไป โดยปัจจุบันธุรกิจการบินมีส่วนผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2.5% ของโลก​ (ยอดวิ่งอยู่ระหว่าง 600-พันล้านตัน ในช่วงปี 2019-2021)

หนึ่งในก้าวสำคัญสู่การช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม คือ หันมาใช้ Sustainable Aviation Fuel (SAF) หรือเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนกันมากขึ้น

โดย SAF นั้นผลิตได้จากวัตถุดิบชีวมวล เช่น วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (เช่น เศษหญ้า ฟางข้าว) ​หรือขยะจากอาหาร (เช่น น้ำมันที่ใช้แล้ว) ซึ่งถูกกักเก็บในรูปของสารอินทรีย์ จัดได้ว่าเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียน โดยสามารถนำไปทำปฏิกิริยาทางเคมีให้กลายสภาพเป็นสารตั้งต้น เพื่อแปรสภาพเป็นเชื้อเพลิงของเครื่องบินได้

ทาง IATA ได้ประกาศเป้าหมายการลดการปล่อยมลพิษภายในปี 2050 โดยการหันไปพึ่งพา SAF นอกจากนี้ เมื่อต้นปี 2023 รัฐบาลอังกฤษได้เคยประกาศนโยบายว่าภายในปี 2030 อย่างน้อย 10% ของเชื้อเพลิงของเครื่องบินของประเทศต้องเป็นเชื้อเพลิงแบบยั่งยืน ทางฝรั่งเศสเองยังได้ประกาศข้อบังคับสำหรับทุกเที่ยวบินที่บินออกจากฝรั่งเศสว่าต้องใช้ SAF อย่างต่ำ 1% ของเชื้อเพลิงในปี 2022 และจะปรับขึ้นเป็น 50% ภายในปี 2050 ขณะที่เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ของ Virgin Atlantic ก็ได้บินจากลอนดอนไปลงสนามบิน JFK ที่นิวยอร์ก โดยใช้เชื้อเพลิงแบบยั่งยืนหรือ SAF 100% เพื่อพิสูจน์ว่านี่คือแนวทางที่เป็นไปได้จริง

สำหรับในประเทศไทย SAF ก็ถือเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจมาสักระยะหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบางจากที่เมื่อปี 2023 ได้จับมือกับ ธนโชคออยล์ ไลท์ และบีบีจีไอ จัดตั้ง บีเอสจีเอฟ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพแบบยั่งยืนจากน้ำมันใช้แล้วจากการประกอบอาหาร

ล่าสุดคือเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ที่ก้าวสู่การเป็นสายการบินต้นทุนต่ำเจ้าแรกในภูมิภาค ผู้นำร่องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนหรือ SAF ซึ่งจะเริ่มใช้กับเส้นทางการบินภายในประเทศไทยและระหว่างประเทศ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีนี้ เป็นต้นไป สอดคล้องกับพันธกิจอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้กองทุน Fly Green Fund ของสายการบินฯ

ก้าวที่สำคัญนี้ของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เป็นการจับมือกับทาง ปตท. ผู้เป็นพันธมิตรสำคัญในการผลิต SAF จากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil หรือ UCO) ซึ่งสามารถนำมาผสมกับเชื้อเพลิงอากาศยานได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับแต่งเครื่องยนต์ โดยแม้จะมีต้นทุนสูงกว่า SAF จะมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับน้ำมันเชื้อเพลิงธรรมดา

อ้างอิง
http://th.vietjetair.com
www.iata.org/en/pressroom/2024-releases/2024-06-03-01
www.oag.com/airline-frequency-and-capacity-statistics
ourworldindata.org/global-aviation-emissions
www.bbc.com/news/business-67548961
www.bangchak.co.th/th/newsroom/reflection/952