
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา กำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญเพื่อเข้าสู่วิถีแห่งพลังงานสะอาด ด้วยการผสมผสานระหว่างการบูรณาการโครงข่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ การลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม นวัตกรรมทางการเงิน และรูปแบบการจัดซื้อพลังงานสะอาดภาคเอกชน
มาดูกันว่า บนเส้นทางแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ มีโครงการเด่น ๆ อะไรบ้าง ที่น่าติดตาม
- โครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid – APG)
หนึ่งในโครงการที่ถือว่าทรงพลังและมีผลกระทบต่อภูมิภาคมากที่สุด ซึ่งมีเป้าหมายเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมดให้เป็นโครงข่ายเดียวภายในปี 2588 การเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าร่วมกันนี้คาดว่าจะลดต้นทุนการลดคาร์บอนของภูมิภาคได้ถึง 800,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ - โครงการบูรณาการพลังงานลาว–ไทย–มาเลเซีย–สิงคโปร์ (LTMS-PIP)
โครงการนี้เป็นการส่งพลังงานไฟฟ้าจากพลังน้ำของลาวไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยสิงคโปร์ได้ลงนามในข้อตกลงนำเข้าพลังงานสะอาด 7.3 กิกะวัตต์จากประเทศในภูมิภาค ถือเป็นต้นแบบการซื้อขายพลังงานสะอาดข้ามพรมแดนสำหรับอาเซียน - แผนที่นำทางการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของอินโดนีเซีย (ETP)
ในเดือนธันวาคม 2568 กระทรวงประสานงานด้านเศรษฐกิจของอินโดนีเซียและ Southeast Asia Energy Transition Partnership ได้เปิดตัวแผนที่นำทางฉบับใหม่ เพื่อขยายพลังงานหมุนเวียนและเปิดทางให้ปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อนกำหนด โดยครอบคลุมการปรับอัตราค่าไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การลดขั้นตอนการประมูล และการให้สิทธิ์ผู้พัฒนาพลังงานหมุนเวียนแข่งขันเข้าแทนที่โรงไฟฟ้าถ่านหินที่กำลังจะปิดตัว - โครงการนำร่อง DPPA ขนาด 2 กิกะวัตต์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย
หน่วยงานกำกับดูแลของไทยอนุมัติโครงการนำร่องสัญญาซื้อขายพลังงานโดยตรง (DPPA) ขนาด 2 กิกะวัตต์ สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ ซึ่งเริ่มต้นในเดือนมกราคม 2569 เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนได้โดยตรงจากผู้ผลิต ถือเป็นนโยบายสำคัญที่จะส่งผลต่อการจัดซื้อพลังงานสะอาดภาคเอกชนทั่วอาเซียน - โครงการโซลาร์-BESS ของ ADB และ GRE ในไทย (มูลค่า 350 ล้านดอลลาร์)
ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และ GRE ร่วมพัฒนากองโซลาร์เซลล์ผสมระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ขนาดใหญ่เป็นครั้งแรกของไทย ด้วยมูลค่าการลงทุน 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โครงการนี้มุ่งแก้ไขช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานการกักเก็บพลังงานซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญของระบบสายส่งในภูมิภาค - กลุ่มพันธมิตรวัตถุดิบแบตเตอรี่สุทธิเป็นศูนย์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก (INBC) ของอินโดนีเซีย
INBC รวบรวมบริษัทในห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่การทำเหมือง การแปรรูป ไปจนถึงการผลิตแบตเตอรี่ เพื่อสร้างฮับการผลิตแบตเตอรี่คาร์บอนต่ำแบบครบวงจรบนเกาะสุลาเวสี โดยมีแผนขยายกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2573 ซึ่งจะช่วยยกระดับอินโดนีเซียสู่การเป็นผู้เล่นหลักในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีสะอาดระดับโลก - สัญญา PPA โซลาร์ของ Google และ Shizen Energy ในมาเลเซีย (โครงการ CGPP)
Google ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กับ Shizen Energy ภายใต้โครงการ Corporate Green Power Programme (CGPP) ครอบคลุมโครงการโซลาร์ขนาด 29.9 เมกะวัตต์ เพื่อจัดหาไฟฟ้าให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาคและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 2 - แผนพัฒนากำลังไฟฟ้าฉบับที่ 8 และพระราชกฤษฎีกาโซลาร์บนหลังคาของเวียดนาม
เวียดนามเดินหน้าปฏิรูปนโยบายและกฎระเบียบด้านพลังงาน รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายไฟฟ้าฉบับใหม่ การปรับปรุงแผนพัฒนากำลังไฟฟ้าฉบับที่ 8 และการออกพระราชกฤษฎีกาโซลาร์บนหลังคาที่เปิดให้ครัวเรือนและธุรกิจขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนสู่ระบบสายส่งได้ - คลัสเตอร์อุตสาหกรรมบินตูลู ในรัฐซาราวัก มาเลเซีย
คลัสเตอร์อุตสาหกรรมบินตูลูในซาราวักได้รับประโยชน์จากยุทธศาสตร์การพัฒนาหลังโควิด-19 ปี 2573 และแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของรัฐซาราวัก โดยใช้การเงินแบบผสมผสานจากพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนโครงการซีเมนต์คาร์บอนต่ำ เชื้อเพลิงทางเลือก ชีวมวล และพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่กับโครงการชุมชน - พลังงานนิวเคลียร์ของฟิลิปปินส์ และงาน World Nuclear Supply Chain Conference (WNSC 2026)
ฟิลิปปินส์มีเป้าหมายเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกภายในปี 2575 โดยรัฐสภาได้ผ่านพระราชบัญญัติความปลอดภัยนิวเคลียร์แห่งชาติเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 และฟิลิปปินส์จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Nuclear Supply Chain Conference (WNSC 2026) ในเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานนิวเคลียร์ระดับโลกที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
แม้จะมีสัญญาณดี จาก 10 โครงการนี้ และโครงการอีกมากมายที่ทยอยเกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในการเปลี่ยนผ่านสู่วิถีแห่งพลังงานสะอาดอย่างเต็มตัว ยังมีความท้าทายสำคัญในแง่เม็ดเงินลงทุน โดยขณะที่การลงทุนด้านพลังงานสะอาดทั่วโลกมีแนวโน้มแตะ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสัดส่วนเพียง 48,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้น การดึงดูดเงินทุนจากภาคเอกชนและองค์กรพหุภาคีให้มากขึ้นถือเป็นปัจจัยชี้ขาดอนาคตของภูมิภาคในระยะต่อไป
SEA of Sustainability รวมเรื่องราวด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนจากทุกภาคส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อส่งเสริมให้ภูมิภาคก้าวไปข้างหน้าอย่างใส่ใจต่อโลก ตอกย้ำแนวคิด One Southeast Asia ของ SEA CAN Alliance เครือข่ายความร่วมมือของเอเจนซี ที่มุ่งผลักดันศักยภาพและความเป็นหนึ่งเดียวของภูมิภาค ผ่านความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารที่มีคุณค่าและยั่งยืน
ติดตามคอนเทนต์ในหมวด SEA of Sustainability ได้ที่ 👉 SEA of Sustainability
ที่มา:
- ASEAN Power Grid: Accelerating the region’s energy transition
- As U.S. Engagement Wavers, Southeast Asia Finds a New Climate Partner in China – The China-Global South Project
- How industrial clusters can power ASEAN’s low-carbon future
- Southeast Asia’s clean energy transition: Progress and priorities after 5 years of partnerships