
ในทุก ๆ ปี กรุงเทพมหานครเผชิญกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้หลายคนอาจจะมองว่าไอเสียจากรถเมล์เก่าหรือรถบรรทุกคือตัวการหลัก แต่จากการศึกษาพบว่า ‘รถจักรยานยนต์’ ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดฝอยที่เข้าถึงทุกตรอกซอยของเมือง คือหนึ่งในแหล่งกำเนิดมลพิษที่ใกล้ตัวเราที่สุด
ล่าสุด จากความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย เปิดตัวโครงการ EV เพื่อพี่วิน เพื่อผลักดันให้กลุ่มผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง เปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแทนรถน้ำมัน ผ่านการรณรงค์ สร้างองค์ความรู้ และสนับสนุนรถจักรยานยนต์ EV เช่น การใช้เช่าขับเพื่อสร้างรายได้ โดยโครงการนี้ มุ่งแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่คาดว่าจะช่วยลดได้ 16 ตันต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเขตเมือง รวมถึงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ด้วยการพัฒนาระบบขนส่งให้ทันสมัยและยั่งยืน นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับ ‘พี่วิน’ ได้



โครงการ EV เพื่อพี่วิน เป็นโครงการที่เกิดจากการศึกษาที่พบว่า จักรยานยนต์รับจ้างในกรุงเทพฯ มีมากกว่า 89,000 คน กระจายตัวกว่า 5,300 จุดบริการ นับว่าเป็นระบบขนส่งเส้นเลือดฝอย ที่ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนกับระบบขนส่งหลักของเมือง นอกจากนี้การใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นหลัก ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 80,000-100,000 ตันต่อปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในเมืองอีกด้วย จากความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย จึงเปิดตัวโครงการ EV เพื่อพี่วิน เพื่อต้องการส่งเสริมให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในกรุงเทพฯ เปลี่ยนจากรถจักรยานยนต์สันดาป มาใช้เป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้แนวคิด Win-Win-Win ที่ไม่ได้มีผู้ได้รับผลประโยชน์แค่ฝ่ายเดียว แต่ได้ประโยชน์ร่วมกันถึง 3 ฝ่าย คือ
- พี่วิน (ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง): สามารถลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ทำอาชีพขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง จากการศึกษาพบว่ารถจักรยานยนต์แบบใช้น้ำมัน มีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงประมาณ 19,000-49,000 บาทต่อปี หากเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สามารถลดค่าใช้จ่ายลงเหลือเพียงประมาณ 7,200 บาทต่อปี หรือหมดปัญหาการมีหนี้ผ่อนรถ เพราะโครงการนี้มีโมเดลเช่าขับรายวันด้วย
- สังคม: ผู้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ได้อากาศที่สะอาดขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนมาเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า มีส่วนช่วยในการลดการเกิดฝุ่น PM2.5 ได้ประมาณ 16 ตันต่อปี รวมถึงลดมลพิษทางเสียง เพราะรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีเสียงเครื่องยนต์ที่เบา และเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้กรุงเทพฯ พัฒนาไปสู่ระบบขนส่งที่สะอาด ยั่งยืน และทันสมัย
- สิ่งแวดล้อม: การเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากจะช่วยลดการเกิดฝุ่น PM2.5 แล้ว ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเขตเมืองอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย


ปัจจุบันโครงการ EV เพื่อพี่วิน เริ่มคิกออฟแล้วเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์เยาวชน กทม. (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง โดยเฟสแรกอยู่ในช่วงทดลองใช้งานจริง มีกลุ่มเป้าหมายคือพี่วิน (ผู้ประกอบอาชีรถจักรยานยนต์รับจ้าง) และพนักงานกวาดถนน จำนวนประมาณ 200 คน ในเขตดินแดงและพญาไท และมีการคัดเลือกเหลือ 30 คน เพื่อทดลองใช้งานฟรี 1 เดือน เพื่อศึกษาความเหมาะสมของการใช้งาน EV ในระบบรถจักรยานยนต์รับจ้าง และเก็บข้อมูลเชิงลึก มาวิเคราะห์ก่อนขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งข้อมูลจากการทดลองนี้ จะถูกนำไปใช้ในการวางแผนขยายโครงการในระดับเมือง และสนับสนุนให้จักรยานยนต์รับจ้างกว่า 89,000 คันในกรุงเทพฯ เปลี่ยนมาใช้ EV ในอนาคต
โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการปรับโครงสร้างระบบคมนาคมระดับรากฐานของกรุงเทพมหานคร เพราะหากโครงการสามารถขยายผลได้จริง ก็จะเป็นการเปลี่ยนผ่านพาหนะในระบบเส้นเลือดฝอยของเมืองจำนวนหลายหมื่นคันไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยมลพิษในชีวิตประจำวันของคนเมืองได้อย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา: