เข้าสู่เดือนที่สองของปี 2026 หลาย ๆ คนน่าจะเริ่มวางแผนปักหมุดสถานที่ท่องเที่ยวประจำปีกันแล้ว มาดูกันว่าสำหรับสายใส่ใจสิ่งแวดล้อม หากพิจารณาตามเงื่อนไขของ Global Sustainable Tourism Council (GSTC) ในด้านการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนที่มีประสิทธิภาพ ผลกระทบเชิงบวกต่อระบบสังคมและเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีหมุดหมายไหนน่าไปเยือนบ้างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเราจะไม่เน้นเรื่องความอลังการของความกรีนที่สัมผัสได้ด้วยหูตาจมูกปาก แต่คือวิถีปฏิบัติหรือไลฟ์สไตล์ในพื้นที่ ที่มีส่วนช่วยผลักดันให้ความกรีนเหล่านั้นคงอยู่คู่ผู้คนทุกยุคทุกสมัยต่อไปอย่างยั่งยืน

บรูไน: อุทยานแห่งชาติอูลู เต็มบูรง
ใครที่ชอบการเดินทางแบบ Unseen ต้องมาที่นี่ อูลู เต็มบูรง คือ อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของบรูไน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเขตเต็มบูรง การเดินทางจะมีแต่ความตื่นเต้นเพราะต้องนั่งเรือลัดเลาะผ่านป่าโกงกางเข้าไปลึกทีเดียว ที่นี่ได้ฉายาว่า ‘มรกตแห่งบรูไน’ เพราะมีกฎเหล็กห้ามคนเข้าไปตั้งถิ่นฐานถาวร ทำให้ป่าดิบชื้นกว่า 50,000 เฮกตาร์ยังคงความอุดมสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ปลอดจากมลพิษเมืองแบบสุด ๆ
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.forestry.gov.bn
กัมพูชา: หมู่บ้านชิพัท (Chi Phat)
หมู่บ้านชิพัทตั้งอยู่แถบเทือกเขาคาร์ดามอม เป็นจุดหมายที่สายลุยต้องรัก เพราะมีทั้งพายเรือคายัค เดินป่า ปั่นจักรยาน หรือจะมานอนพักผ่อนเรียนรู้วิถีชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติก็ได้ ไฮไลต์ของที่นี่คือโมเดลการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยเป็นฝีมือของอดีตคนตัดไม้และนักล่าสัตว์ที่ผันตัวมาเป็นผู้พิทักษ์ป่าและไกด์ท้องถิ่น จนสามารถเปลี่ยนพื้นที่ที่เคยเสี่ยงต่อการทำลายป่าให้กลายเป็นบ้านที่ปลอดภัยของสัตว์ป่า
ข้อมูลเพิ่มเติม: http://chi-phat.org
อินโดนิเซีย: หมู่บ้านท่องเที่ยวอึงลังเกรัน
ที่นี่คือหมู่บ้านเล็ก ๆ ในยอกยาการ์ตาที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา ซึ่งไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศและวัฒนธรรมที่เข้มแข็งเท่านั้น แต่ยังมีดีกรีเป็นถึงผู้ชนะ “Best Tourism Village” จาก UNWTO อีกด้วย ชาวบ้านที่นี่ร่วมกันจัดการแหล่งท่องเที่ยวภูเขาไฟโบราณอย่างจริงจัง มีการจำกัดจำนวนคนเข้าชมเพื่อไม่ให้ธรรมชาติถูกทำลาย เพราะปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง ถือเป็นการเที่ยวแบบยั่งยืนที่แท้จริง
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.indonesia.travel
ลาว: หลวงพระบาง
เมืองยอดฮิตที่ใคร ๆ ก็อยากกลับไป “ชาร์จแบต” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลวงพระบางยังคงมนต์เสน่ห์เมืองมรดกโลกได้ไม่เปลี่ยน เพราะบริหารจัดการความเก่าและความใหม่ได้ลงตัวมาก ดังเช่น การนำรถไฟความเร็วสูงมาช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีแคมเปญลดขยะและรักษาจารีตประเพณีไว้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ทริปหลวงพระบางเป็นทริปที่ไปเมื่อไหร่ก็สบายใจและชื่นใจเสมอ
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.tourismlaos.org/
มาเลเซีย: หุบเขาดานัม
ถ้าอยากเห็นป่าฝนที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ต้องมาที่หุบเขาดานัม เพราะที่นี่คือป่าโบราณอายุเก่าแก่กว่า 130 ล้านปี! พื้นที่เกือบทั้งหมดเป็นป่าทึบ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพียงส่วนเสี้ยวเล็ก ๆ เท่านั้น เพื่อเน้นงานวิจัยและให้ความรู้เรื่องการอนุรักษ์เป็นหลัก สำหรับใครที่อยากสัมผัสคำว่า “สวรรค์ของสัตว์ป่า” บนโลกใบนี้ บอกเลยว่าห้ามพลาด
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://danumvalley.my/
เมียนมา: ทะเลสาปอินดอจี
นี่คือทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเมียนมาและใหญ่เป็นอันดับสามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทาง UNESCO ยกให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล ที่นี่ชาวบ้าน “อินทาร์” ยังคงทำเกษตรแบบลอยน้ำที่ดูแลสิ่งแวดล้อม และช่วงหน้าหนาวจะมีนกอพยพกว่า 17,000 ตัว กว่า 20 สายพันธุ์บินมาอวดโฉม ใครที่รักความสงบและชอบดูนก ที่นี่คือที่สุดของเมียนมาจริง ๆ
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.indawgyilake.com/en
ฟิลิปปินส์: แม่น้ำโบโจ (เกาะเชบู)
แม่น้ำสายสวยในเซบูยาว 1.4 กิโลเมตร ถือเป็นต้นแบบความสำเร็จระดับโลกเรื่องการอนุรักษ์ป่าโกงกางโดยชุมชน กำไรจากการพาเที่ยวถูกนำไปใช้พัฒนาหมู่บ้านและดูแลแม่น้ำโดยเฉพาะ กิจกรรมที่แนะนำคือการนั่งเรือท้องถิ่น “บาโรโต” ล่องชมธรรมชาติ รับรองว่าคุณจะทึ่งกับความหลากหลายของพรรณไม้และนกนานาชนิด
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://tourism.gov.ph

สิงคโปร์: เกาะเซ็นโตซ่า
สิงคโปร์พิสูจน์ให้เห็นว่าความเจริญกับความยั่งยืนอยู่คู่กันได้ที่เกาะเซ็นโตซ่า ที่นี่ตั้งเป้าจะเป็นเกาะคาร์บอนต่ำภายในปี 2030 โดยเน้นการใช้รถไฟฟ้าและการจัดการขยะจากอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ที่เกาะเซ็นโตซ่านั้นไม่ได้มีแค่เครื่องเล่นสนุก ๆ หรือแสงสีความบันเทิง แต่ยังมีกิจกรรมเดินป่า ส่องนก หรือเล่นซิปไลน์ชมวิวป่าจากมุมสูง ซึ่งเหมาะกับสายรักธรรมชาติตัวจริง
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.visitsingapore.com
ไทย: เกาะหมาก
เกาะหมากเป็นเกาะเล็ก ๆ แสนสงบในจังหวัดตราดที่ไปกี่ครั้งก็ต้องหลงรัก เพราะนี่คือจุดหมายปลายทางคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย ชาวบ้านที่นี่ตกลงกันว่าจะไม่มีเจ็ทสกี จำกัดรถที่ใช้เชื้อเพลิง และหันมาจัดการขยะด้วยพลังงานสะอาดแทน ใครอยากหนีความวุ่นวายไปใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายแต่ได้ช่วยโลกไปในตัว ต้องมาที่เกาะหมากเลย
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.tourismthailand.org
ติมอร์-เลสเต: เกาะอาตาอูโร
เกาะอาตาอูโรคือสวรรค์ของนักดำน้ำ เพราะเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลที่ติดอันดับโลก ความลับของเกาะคือการใช้กฎประเพณีดั้งเดิมที่เรียกว่า “ตารา บันดู” มาดูแลทะเลและจำกัดการทำประมง ทำให้แนวปะการังและฝูงปลาที่นี่สมบูรณ์จนน่าเหลือเชื่อ ใครได้ไปลงน้ำที่นี่สักครั้งรับรองว่าจะประทับใจไม่รู้ลืม
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.timorleste.tl
เวียดนาม: ฮอยอัน
ปิดท้ายด้วยเมืองเก่าสุดคลาสสิกอย่างฮอยอัน แม้จะเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตระดับโลก แต่ฮอยอันก็ปรับตัวเพื่อธรรมชาติได้ดีเสมอ ทั้งการตั้งเขตปลอดพลาสติก และการส่งเสริมให้ใช้การปั่นจักรยานแทนรถยนต์ภายในย่านเมืองเก่า ถือเป็นจุดหมายสำหรับคนที่อยากเที่ยวชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่สวย ๆ พร้อมสูดอากาศดี ๆ ไปได้ในเวลาเดียวกัน
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://vietnamtourism.gov.vn/
สิ่งที่น่าสนใจคือเราจะเห็นได้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้ง 11 แห่ง มีความโดดเด่นที่สอดคล้องกันใน 3 ประการ ได้แก่ การมีอำนาจจัดการโดยชุมชน (Community sovereignty) ไม่ใช่การบริหารโดยทุนข้ามชาติหรือเจ้าหน้าที่ภาครัฐเท่านั้น การปล่อยให้ธรรมชาติคืนถิ่น (Wildlife rewilding) ดังเช่นการปล่อยให้ป่าเป็นป่าได้เต็มที่สูงสุด ไร้การปรุงแต่ง ให้ระบบนิเวศดูแลตัวเอง และการจัดการขยะด้วยนวัตกรรม (Waste innovation) มากกว่าการลดขยะ คือ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยนขยะโดยแปรรูปให้เป็นพลังงานหรือปุ๋ย
ใครกำลังวางแผนเที่ยวอยู่ เราอยากขอช่วยเสนอให้วางแผนการออกเดินทางให้ “ได้มากกว่าเที่ยวหรือพักผ่อน แต่ได้ใช้ชีวิตในแบบที่เข้าใจธรรมชาติอย่างที่ธรรมชาติเป็น” เพราะธรรมชาตินี่แหละจะเยียวยาเราได้อย่างยั่งยืนที่สุด ไม่ว่าเรากลับไปหาเขาอีกกี่ครั้ง
SEA of Sustainability รวมเรื่องราวด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนจากทุกภาคส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อส่งเสริมให้ภูมิภาคก้าวไปข้างหน้าอย่างใส่ใจต่อโลก ตอกย้ำแนวคิด One Southeast Asia ของ SEA CAN Alliance เครือข่ายความร่วมมือของเอเจนซี ที่มุ่งผลักดันศักยภาพและความเป็นหนึ่งเดียวของภูมิภาค ผ่านความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารที่มีคุณค่าและยั่งยืน
ติดตามคอนเทนต์ในหมวด SEA of Sustainability ได้ที่ 👉 SEA of Sustainability
ที่มา:
- GSTC Destination Standard
- WINNING STORIES | GREEN DESTINATIONS TOP 100 STORY AWARDS AT ITB BERLIN 2025
- Supporting Community-Based Management and Sustainable Tourism at World Heritage Sites in Southeast Asia
- Khiri Travel achieves group-wide GSTC certification in Asia
- Sudamala Resorts Elevates Sustainable Tourism with Solar Power Integration and Coral Reef Restoration Programs
- ASEAN Tourism Awards








