วันอังคาร, 26 พฤษภาคม 2569

11 ไอเดียท่องเที่ยวยั่งยืนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

02 ก.พ. 2026
318


เข้าสู่เดือนที่สองของปี 2026 หลาย ๆ คนน่าจะเริ่มวางแผนปักหมุดสถานที่ท่องเที่ยวประจำปีกันแล้ว มาดูกันว่าสำหรับสายใส่ใจสิ่งแวดล้อม หากพิจารณาตามเงื่อนไขของ Global Sustainable Tourism Council (GSTC) ในด้านการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนที่มีประสิทธิภาพ ผลกระทบเชิงบวกต่อระบบสังคมและเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีหมุดหมายไหนน่าไปเยือนบ้างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเราจะไม่เน้นเรื่องความอลังการของความกรีนที่สัมผัสได้ด้วยหูตาจมูกปาก แต่คือวิถีปฏิบัติหรือไลฟ์สไตล์ในพื้นที่ ที่มีส่วนช่วยผลักดันให้ความกรีนเหล่านั้นคงอยู่คู่ผู้คนทุกยุคทุกสมัยต่อไปอย่างยั่งยืน


บรูไน: อุทยานแห่งชาติอูลู เต็มบูรง

ใครที่ชอบการเดินทางแบบ Unseen ต้องมาที่นี่ อูลู เต็มบูรง คือ อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของบรูไน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเขตเต็มบูรง การเดินทางจะมีแต่ความตื่นเต้นเพราะต้องนั่งเรือลัดเลาะผ่านป่าโกงกางเข้าไปลึกทีเดียว ที่นี่ได้ฉายาว่า ‘มรกตแห่งบรูไน’ เพราะมีกฎเหล็กห้ามคนเข้าไปตั้งถิ่นฐานถาวร ทำให้ป่าดิบชื้นกว่า 50,000 เฮกตาร์ยังคงความอุดมสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ปลอดจากมลพิษเมืองแบบสุด ๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.forestry.gov.bn


กัมพูชา: หมู่บ้านชิพัท (Chi Phat)

หมู่บ้านชิพัทตั้งอยู่แถบเทือกเขาคาร์ดามอม เป็นจุดหมายที่สายลุยต้องรัก เพราะมีทั้งพายเรือคายัค เดินป่า ปั่นจักรยาน หรือจะมานอนพักผ่อนเรียนรู้วิถีชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติก็ได้ ไฮไลต์ของที่นี่คือโมเดลการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยเป็นฝีมือของอดีตคนตัดไม้และนักล่าสัตว์ที่ผันตัวมาเป็นผู้พิทักษ์ป่าและไกด์ท้องถิ่น จนสามารถเปลี่ยนพื้นที่ที่เคยเสี่ยงต่อการทำลายป่าให้กลายเป็นบ้านที่ปลอดภัยของสัตว์ป่า

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://chi-phat.org 


อินโดนิเซีย: หมู่บ้านท่องเที่ยวอึงลังเกรัน

ที่นี่คือหมู่บ้านเล็ก ๆ ในยอกยาการ์ตาที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา ซึ่งไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศและวัฒนธรรมที่เข้มแข็งเท่านั้น แต่ยังมีดีกรีเป็นถึงผู้ชนะ “Best Tourism Village” จาก UNWTO อีกด้วย ชาวบ้านที่นี่ร่วมกันจัดการแหล่งท่องเที่ยวภูเขาไฟโบราณอย่างจริงจัง มีการจำกัดจำนวนคนเข้าชมเพื่อไม่ให้ธรรมชาติถูกทำลาย เพราะปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง ถือเป็นการเที่ยวแบบยั่งยืนที่แท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.indonesia.travel


ลาว: หลวงพระบาง

เมืองยอดฮิตที่ใคร ๆ ก็อยากกลับไป “ชาร์จแบต” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลวงพระบางยังคงมนต์เสน่ห์เมืองมรดกโลกได้ไม่เปลี่ยน เพราะบริหารจัดการความเก่าและความใหม่ได้ลงตัวมาก ดังเช่น การนำรถไฟความเร็วสูงมาช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีแคมเปญลดขยะและรักษาจารีตประเพณีไว้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ทริปหลวงพระบางเป็นทริปที่ไปเมื่อไหร่ก็สบายใจและชื่นใจเสมอ

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.tourismlaos.org/ 


มาเลเซีย: หุบเขาดานัม

ถ้าอยากเห็นป่าฝนที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก ต้องมาที่หุบเขาดานัม เพราะที่นี่คือป่าโบราณอายุเก่าแก่กว่า 130 ล้านปี! พื้นที่เกือบทั้งหมดเป็นป่าทึบ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพียงส่วนเสี้ยวเล็ก ๆ เท่านั้น เพื่อเน้นงานวิจัยและให้ความรู้เรื่องการอนุรักษ์เป็นหลัก สำหรับใครที่อยากสัมผัสคำว่า “สวรรค์ของสัตว์ป่า” บนโลกใบนี้ บอกเลยว่าห้ามพลาด

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://danumvalley.my/ 


เมียนมา: ทะเลสาปอินดอจี

นี่คือทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเมียนมาและใหญ่เป็นอันดับสามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทาง UNESCO ยกให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล ที่นี่ชาวบ้าน “อินทาร์” ยังคงทำเกษตรแบบลอยน้ำที่ดูแลสิ่งแวดล้อม และช่วงหน้าหนาวจะมีนกอพยพกว่า 17,000 ตัว กว่า 20 สายพันธุ์บินมาอวดโฉม ใครที่รักความสงบและชอบดูนก ที่นี่คือที่สุดของเมียนมาจริง ๆ 

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.indawgyilake.com/en 


ฟิลิปปินส์: แม่น้ำโบโจ (เกาะเชบู)

แม่น้ำสายสวยในเซบูยาว 1.4 กิโลเมตร ถือเป็นต้นแบบความสำเร็จระดับโลกเรื่องการอนุรักษ์ป่าโกงกางโดยชุมชน กำไรจากการพาเที่ยวถูกนำไปใช้พัฒนาหมู่บ้านและดูแลแม่น้ำโดยเฉพาะ กิจกรรมที่แนะนำคือการนั่งเรือท้องถิ่น “บาโรโต” ล่องชมธรรมชาติ รับรองว่าคุณจะทึ่งกับความหลากหลายของพรรณไม้และนกนานาชนิด

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://tourism.gov.ph

รูปภาพ: Sentosa Island


สิงคโปร์: เกาะเซ็นโตซ่า

สิงคโปร์พิสูจน์ให้เห็นว่าความเจริญกับความยั่งยืนอยู่คู่กันได้ที่เกาะเซ็นโตซ่า ที่นี่ตั้งเป้าจะเป็นเกาะคาร์บอนต่ำภายในปี 2030 โดยเน้นการใช้รถไฟฟ้าและการจัดการขยะจากอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ที่เกาะเซ็นโตซ่านั้นไม่ได้มีแค่เครื่องเล่นสนุก ๆ หรือแสงสีความบันเทิง แต่ยังมีกิจกรรมเดินป่า ส่องนก หรือเล่นซิปไลน์ชมวิวป่าจากมุมสูง ซึ่งเหมาะกับสายรักธรรมชาติตัวจริง

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.visitsingapore.com 


ไทย: เกาะหมาก 

เกาะหมากเป็นเกาะเล็ก ๆ แสนสงบในจังหวัดตราดที่ไปกี่ครั้งก็ต้องหลงรัก เพราะนี่คือจุดหมายปลายทางคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย ชาวบ้านที่นี่ตกลงกันว่าจะไม่มีเจ็ทสกี จำกัดรถที่ใช้เชื้อเพลิง และหันมาจัดการขยะด้วยพลังงานสะอาดแทน ใครอยากหนีความวุ่นวายไปใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายแต่ได้ช่วยโลกไปในตัว ต้องมาที่เกาะหมากเลย

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.tourismthailand.org


ติมอร์-เลสเต: เกาะอาตาอูโร

เกาะอาตาอูโรคือสวรรค์ของนักดำน้ำ เพราะเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลที่ติดอันดับโลก ความลับของเกาะคือการใช้กฎประเพณีดั้งเดิมที่เรียกว่า “ตารา บันดู” มาดูแลทะเลและจำกัดการทำประมง ทำให้แนวปะการังและฝูงปลาที่นี่สมบูรณ์จนน่าเหลือเชื่อ ใครได้ไปลงน้ำที่นี่สักครั้งรับรองว่าจะประทับใจไม่รู้ลืม

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.timorleste.tl


เวียดนาม: ฮอยอัน

ปิดท้ายด้วยเมืองเก่าสุดคลาสสิกอย่างฮอยอัน แม้จะเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตระดับโลก แต่ฮอยอันก็ปรับตัวเพื่อธรรมชาติได้ดีเสมอ ทั้งการตั้งเขตปลอดพลาสติก และการส่งเสริมให้ใช้การปั่นจักรยานแทนรถยนต์ภายในย่านเมืองเก่า ถือเป็นจุดหมายสำหรับคนที่อยากเที่ยวชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่สวย ๆ พร้อมสูดอากาศดี ๆ ไปได้ในเวลาเดียวกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://vietnamtourism.gov.vn/ 


สิ่งที่น่าสนใจคือเราจะเห็นได้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้ง 11 แห่ง มีความโดดเด่นที่สอดคล้องกันใน 3 ประการ ได้แก่ การมีอำนาจจัดการโดยชุมชน (Community sovereignty) ไม่ใช่การบริหารโดยทุนข้ามชาติหรือเจ้าหน้าที่ภาครัฐเท่านั้น การปล่อยให้ธรรมชาติคืนถิ่น (Wildlife rewilding) ดังเช่นการปล่อยให้ป่าเป็นป่าได้เต็มที่สูงสุด ไร้การปรุงแต่ง ให้ระบบนิเวศดูแลตัวเอง และการจัดการขยะด้วยนวัตกรรม (Waste innovation) มากกว่าการลดขยะ คือ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยนขยะโดยแปรรูปให้เป็นพลังงานหรือปุ๋ย


ใครกำลังวางแผนเที่ยวอยู่ เราอยากขอช่วยเสนอให้วางแผนการออกเดินทางให้ “ได้มากกว่าเที่ยวหรือพักผ่อน แต่ได้ใช้ชีวิตในแบบที่เข้าใจธรรมชาติอย่างที่ธรรมชาติเป็น” เพราะธรรมชาตินี่แหละจะเยียวยาเราได้อย่างยั่งยืนที่สุด ไม่ว่าเรากลับไปหาเขาอีกกี่ครั้ง 


SEA of Sustainability รวมเรื่องราวด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนจากทุกภาคส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อส่งเสริมให้ภูมิภาคก้าวไปข้างหน้าอย่างใส่ใจต่อโลก ตอกย้ำแนวคิด One Southeast Asia ของ SEA CAN Alliance เครือข่ายความร่วมมือของเอเจนซี ที่มุ่งผลักดันศักยภาพและความเป็นหนึ่งเดียวของภูมิภาค ผ่านความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารที่มีคุณค่าและยั่งยืน


ติดตามคอนเทนต์ในหมวด SEA of Sustainability ได้ที่ 👉 SEA of Sustainability


ที่มา:

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Agrivoltaics เทรนด์พลังงานสะอาดที่กำลังเปลี่ยนอนาคตเกษตรโลก เมื่อการปลูกผักและผลิตไฟฟ้ากลายเป็นเรื่องเดียวกัน
สิงคโปร์ผนึกกำลังความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ การเงิน พร้อมจับมือพันธมิตรในระดับภูมิภาค เดินหน้าลดขยะพลาสติกจากแม่น้ำที่ไหลลงสู่มหาสมุทรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
SENA ก้าวสู่ New S-Curve ดัน “SENA Green Auto” ทรานส์ฟอร์มจาก Developer สู่ Green Lifestyle Platform เชื่อม บ้าน–รถ–พลังงาน ครบในที่เดียว
เคาะแล้ว! Solar Rooftop ปี 2569 นี้ ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท
พลิกโฉมธุรกิจท่องเที่ยวไทย! ชวนเข้าร่วม TAT Academy Bootcamp อัปเกรดความรู้ สู่การตลาดยุคใหม่ที่ยั่งยืน
Tru Earth แผ่นซักผ้าจิ๋ว กับ Eco-Strips นวัตกรรมที่ทำให้โลกยั่งยืน