วันจันทร์, 18 พฤษภาคม 2569

Agrivoltaics เทรนด์พลังงานสะอาดที่กำลังเปลี่ยนอนาคตเกษตรโลก เมื่อการปลูกผักและผลิตไฟฟ้ากลายเป็นเรื่องเดียวกัน

รูปภาพ: nlr.gov


ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญปัญหาพลังงาน แนวคิด Agrivoltaics หรือ Agrovoltaics กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในหลายประเทศ เพราะเป็นการใช้พื้นที่เดียวกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการปลูกพืชและการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ไปพร้อมกัน ระบบนี้ไม่เพียงช่วยลดการแย่งพื้นที่ระหว่างเกษตรกรรมกับโซลาร์เซลล์ แต่ยังสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร ลดการใช้น้ำ และเพิ่มความยั่งยืนด้านพลังงานในระยะยาวอีกด้วย


Agrivoltaics คืออะไร?

Agrivoltaics มาจาก Agriculture + Photovoltaics คือระบบที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไว้เหนือพื้นที่เกษตร หรือจัดเรียงแผงให้สามารถปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ หรือทำกิจกรรมทางการเกษตรร่วมกันได้ภายในพื้นที่เดียวกัน แนวคิดนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์สำคัญของโลกยุคใหม่ คือ “พื้นที่มีจำกัด แต่ความต้องการทั้งอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” แทนที่จะต้องเลือกใช้ที่ดินเพื่อปลูกพืชหรือผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง Agrivoltaics ทำให้ทั้งสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันได้

รูปภาพ: theactive.thaipbs.or.th


หลักการทำงานของ Agrivoltaics

ระบบ Agrivoltaics มักใช้วิธีติดตั้งแผงโซลาร์ให้สูงจากพื้นมากกว่าปกติ หรือเว้นระยะห่างระหว่างแผง เพื่อให้แสงแดดบางส่วนส่องถึงพืชด้านล่างได้ พืชบางชนิด เช่น ผักใบ สมุนไพร มะเขือเทศ หรือพืชที่ชอบร่มเงา กลับเติบโตได้ดีภายใต้แผงโซลาร์ เพราะอุณหภูมิไม่ร้อนจัดเกินไป และช่วยลดการระเหยของน้ำในดิน ขณะเดียวกัน ความชื้นจากพืชและดินก็ช่วยลดอุณหภูมิรอบแผง ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ดีขึ้นด้วย ถือเป็นระบบที่เกิด “การเกื้อหนุนกัน” ระหว่างพลังงานและเกษตรกรรม


ข้อดีของ Agrivoltaics

  1. ใช้ที่ดินได้คุ้มค่ามากขึ้น: หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Agrivoltaics คือการใช้พื้นที่เดียวสร้างทั้งอาหารและพลังงาน ลดปัญหาการแย่งใช้พื้นที่เกษตรเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หลายงานวิจัยระบุว่า ระบบนี้สามารถเพิ่ม “ประสิทธิภาพการใช้ที่ดินรวม” ได้มากกว่าการทำเกษตรหรือโซลาร์แยกกัน
  2. ลดการใช้น้ำในการเกษตร: ร่มเงาจากแผงโซลาร์ช่วยลดการระเหยของน้ำ ทำให้ดินรักษาความชื้นได้นานขึ้น เหมาะกับพื้นที่ร้อนหรือแห้งแล้ง บางการศึกษาพบว่าสามารถลดความต้องการใช้น้ำเพื่อการชลประทานได้ถึงประมาณ 30%
  3. ช่วยลดความเสียหายจากสภาพอากาศ: แผงโซลาร์สามารถช่วยป้องกันพืชจากแดดจัด ลมแรง หรือฝนลูกเห็บได้ในบางพื้นที่ จึงช่วยลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศแปรปรวนที่รุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อน
  4. สร้างรายได้หลายทางให้เกษตรกร: เกษตรกรสามารถมีรายได้ทั้งจากผลผลิตทางการเกษตร และจากการขายไฟฟ้าหรือให้เช่าพื้นที่ติดตั้งโซลาร์

โมเดลนี้จึงถูกมองว่าเป็นแนวทางเพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ภาคเกษตรในอนาคต


ความท้าทายของ Agrivoltaics

แม้แนวคิดนี้จะดูน่าสนใจ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น

  • ต้นทุนติดตั้งสูงกว่าระบบโซลาร์ทั่วไป
  • ต้องออกแบบเฉพาะตามชนิดพืชและสภาพพื้นที่
  • การดูแลรักษามีความซับซ้อน
  • ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างเกษตรกรและผู้พัฒนาโครงการพลังงาน
  • นอกจากนี้ พืชบางชนิดที่ต้องการแสงแดดเต็มที่ เช่น ข้าวหรือข้าวสาลี อาจไม่เหมาะกับระบบ Agrivoltaics มากนัก
รูปภาพ: nlr.gov


Agrivoltaics กับอนาคตของโลก

หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับ Agrivoltaics มากขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และเยอรมนี เนื่องจากเป็นแนวทางที่ช่วยตอบโจทย์ทั้งพลังงานสะอาด ความมั่นคงทางอาหาร และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในอนาคต เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นส่วนสำคัญของ “Smart Farming” หรือเกษตรอัจฉริยะ ที่รวมเทคโนโลยีพลังงานและการเกษตรเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์


โครงการ Agrivoltaics ที่น่าสนใจในประเทศไทย

  1. วิทยาลัยพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชนแห่งเอเชีย (adiCET) มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่: หนึ่งในโครงการศึกษาวิจัยที่ชัดเจนที่สุดในไทย โดยทดลองปลูกผักกาดขาวไดโนเสาร์ (Bok Choy) ใต้แผงโซลาร์เซลล์ขนาด 25 kW ผลการทดลองพบว่า การปลูกพืชช่วยลดอุณหภูมิของแผงโซลาร์ลงได้ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น (Efficiency Improvement) ในขณะที่ผักกาดขาวที่ปลูกใต้แผงยังคงเติบโตได้ดี แม้ผลผลิตรวมอาจจะน้อยกว่ากลางแจ้งเล็กน้อย แต่ถือเป็นโมเดลที่คุ้มค่าในแง่ของ “หนึ่งพื้นที่ สองรายได้”
  2. โครงการ Solar Sharing โดยความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น: มีการผลักดันโมเดลจากญี่ปุ่น ที่เรียกว่า Solar Sharing เข้ามาในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรรายย่อยและชุมชน โครงการนี้เน้นการยกแผงโซลาร์ให้สูงขึ้น 2-4 เมตร และเว้นระยะห่างของแผงให้แสงส่องถึงพื้น เพื่อให้ทำนาหรือปลูกผักสวนครัวด้านล่างได้จริง และเกษตรกรสามารถนำไฟฟ้าที่ได้มาใช้กับระบบปั๊มน้ำหรือเครื่องจักรทางการเกษตร ช่วยลดต้นทุนการผลิตอย่างยั่งยืน
  3. โครงการทดลองปลูกพืชใต้แผงโซลาร์ของ GULF: GULF ได้เริ่มโครงการนำร่องในพื้นที่โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มหลายแห่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ว่างระหว่างแผงโซลาร์เซลล์ให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่สร้างรายได้และอาหารให้กับคนในท้องถิ่น มีการทดลองปลูกพืชหลากหลายชนิดตามความเหมาะสมของสภาพดินและแสงในแต่ละพื้นที่ เช่น พืชสวนครัว พริก กะเพรา โหระพา, พืชสมุนไพร ฟ้าทะลายโจร ขะมิ้นชัน, พืชเศรษฐกิจ
รูปภาพ: eurekalert.org


เมื่อพื้นที่ทุกตารางเมตรมีค่ามากขึ้น Agrivoltaics จึงไม่ใช่เพียงแนวคิดด้านพลังงาน แต่เป็นโมเดลการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนสำหรับโลกยุคใหม่ และประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการนำ Agrivoltaics มาใช้ เพราะเรามีพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนมาก และมีแดดตลอดทั้งปี การนำ Agrivoltaics มาใช้จึงไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าไฟ แต่ยังช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้น


ที่มา:

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
สิงคโปร์ผนึกกำลังความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ การเงิน พร้อมจับมือพันธมิตรในระดับภูมิภาค เดินหน้าลดขยะพลาสติกจากแม่น้ำที่ไหลลงสู่มหาสมุทรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
SENA ก้าวสู่ New S-Curve ดัน “SENA Green Auto” ทรานส์ฟอร์มจาก Developer สู่ Green Lifestyle Platform เชื่อม บ้าน–รถ–พลังงาน ครบในที่เดียว
เคาะแล้ว! Solar Rooftop ปี 2569 นี้ ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท
พลิกโฉมธุรกิจท่องเที่ยวไทย! ชวนเข้าร่วม TAT Academy Bootcamp อัปเกรดความรู้ สู่การตลาดยุคใหม่ที่ยั่งยืน
Tru Earth แผ่นซักผ้าจิ๋ว กับ Eco-Strips นวัตกรรมที่ทำให้โลกยั่งยืน
เจาะลึกโครงการใหม่ “EV เพื่อพี่วิน” พลิกโฉมเส้นเลือกฝอยกรุงเทพฯ สู่พลังงานสะอาด