วันจันทร์, 18 พฤษภาคม 2569

สิงคโปร์ผนึกกำลังความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ การเงิน พร้อมจับมือพันธมิตรในระดับภูมิภาค เดินหน้าลดขยะพลาสติกจากแม่น้ำที่ไหลลงสู่มหาสมุทรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

12 พ.ค. 2026
36
Panelist speak on the latest innovations regarding plastic remediation.


สิงคโปร์, 5 กุมภาพันธ์ 2569 – สิงคโปร์ประกาศปักธงเดินหน้าเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อจัดการกับมลพิษพลาสติกในทะเล ซึ่งเป็นวาระข้ามพรมแดน (Transboundary Issue) ที่ส่งผลกระทบต่อชายฝั่งในท้องถิ่น ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (National Environment Agency – NEA) สิงคโปร์ พบว่า 97% ของขยะพลาสติกบนชายหาดท่องเที่ยวของสิงคโปร์นั้น มีแหล่งที่มาจากนอกชายฝั่ง


จากสถานการณ์ดังกล่าว The Ocean Cleanup องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับสากล ได้ร่วมมือกับ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลเขตร้อน (TMSI) แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) จัดงานฟอรัมระดับภูมิภาค “Towards Healthy Oceans” เป็นครั้งแรก ณ NUS University Town โดยงานนี้เป็นการรวมตัวของนักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน องค์กรการกุศล และพันธมิตรภาคเอกชนจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ ความร่วมมือในการดำเนินงาน และนวัตกรรมทางการเงินสีฟ้า (Blue Finance) อันเป็นรูปแบบการระดมเงินทุนแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพเพื่อจัดการกับมลพิษที่เพิ่มขึ้นจากพลาสติกในทะเล


งานฟอรัมนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยขยะทะเล (National Action Strategy on Marine Litter) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นคนในชาติให้ร่วมกันต่อสู้กับความท้าทายระดับโลกเรื่องขยะทะเลที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังใช้จุดแข็งของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางระดับภูมิภาคด้านวิทยาศาสตร์ นโยบาย และการลงทุน เพื่อผลักดันแนวทางแก้ไขที่สามารถปรับใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถปรับลดหรือขยายผลและถอดบทเรียนนำไปใช้ได้ในหลายประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Interceptor 002 pick up plastic trash from Klang River, Malaysia.
Interceptor 020 stops plastic waste on the waters of the Cisadane River in Indonesia.


ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญต่อสิงคโปร์และภูมิภาค

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของความท้าทายด้านขยะพลาสติกในมหาสมุทรระดับโลก การจำลองสถานการณ์โดย The Ocean Cleanup แสดงให้เห็นว่าแม่น้ำประมาณ 1,000 สาย มีส่วนรับผิดชอบต่อขยะพลาสติกเกือบ 80% ที่ไหลลงสู่มหาสมุทร โดยแม่น้ำที่มีมลพิษมากที่สุดหลายสายตั้งอยู่ในภูมิภาคนี้ ข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานของ OECD ที่ระบุว่าเอเชียมีสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสามของการรั่วไหลของพลาสติกทั่วโลก ทำให้ภูมิภาคนี้เป็น “จุดวิกฤต (Hotspot) ของมลพิษพลาสติกเนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว และการกลายเป็นเมืองอุตสาหกรรม”


สิงคโปร์ให้ความสำคัญกับเรื่องมลพิษพลาสติกในทะเลอย่างมาก โดยสนับสนุนการศึกษาและโครงการริเริ่มต่าง ๆ เพื่อจัดการกับขยะทะเลทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค การศึกษาที่นำโดย ดร. นีโอ เม่ย หลิน (Dr Neo Mei Lin) นักวิจัยอาวุโสจาก NUS TMSI ได้บันทึกการพบไมโครพลาสติกในสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลน แหล่งหญ้าทะเล และแนวปะการัง ผลการศึกษานี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นของความร่วมมือในระดับภูมิภาคในการประสานงานกันอย่างเป็นระบบ และตั้งอยู่บนฐานของข้อมูลวิทยาศาสตร์เชิงประจักษ์ที่น่าเชื่อถือ

Dr. Neo Mei Lin, Senior Research Fellow at the Tropical Marine Science Institute, National University of Singapore (NUS), giving her opening remarks for the forum.


ดร. นีโอ เม่ย หลิน (Dr Neo Mei Lin) นักวิจัยอาวุโส NUS TMSI กล่าวว่า:

“มลพิษจากพลาสติกเป็นความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่คงอยู่สำหรับมหาสมุทรในสิงคโปร์และทั่วโลก พลาสติกในทะเลมักถูกพบเห็นตามชายหาดของสิงค์โปร์ ส่งผลกระทบต่อแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีความสำคัญทางนิเวศวิทยา เช่น ป่าชายเลน หญ้าทะเลและแนวปะการัง มลพิษทางทะเลยังถือเป็นปัญหาระหว่างพรมแดนที่สำคัญ เนื่องจากลมและกระแสน้ำที่พัดผ่านสามารถเคลื่อนย้ายขยะข้ามแหล่งน้ำในภูมิภาคได้ ดังนั้นแนวทางทางวิทยาศาสตร์ที่แข็งแกร่ง ทั้งการดำเนินการและการป้องกันแก้ไขทรัพยากรท้องถิ่นและมหาสมุทรทั่วโลกจะช่วยจัดการกับมลพิษจากพลาสติกในทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ”


การขยายโครงการ 30 Cities Program เพื่อยกระดับการสกัดกั้นพลาสติกในแม่น้ำและลดผลกระทบระยะยาว

การประชุมดังกล่าวได้เผยถึงขั้นตอนต่อไปของโครงการ 30 Cities Program ของ The Ocean Cleanup ด้วยภารกิจในการกำจัดพลาสติกออกจากมหาสมุทรของโลก องค์กรกำลังขยายกลยุทธ์ “Close The Tap” หรือการ “หยุดที่ต้นทาง” โดยสกัดกั้นพลาสติกในแม่น้ำก่อนที่จะไหลถึงมหาสมุทรผ่านระบบ Interceptor™ river systems ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล


The Ocean Cleanup ได้ดำเนินงานต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564 รวมถึงการนำร่องในหลายเมือง เช่น จาการ์ตา กัวลาลัมเปอร์ เกิ่นเทอ และกรุงเทพฯ ปัจจุบันสามารถสกัดกั้นขยะไปได้แล้วกว่า 48 ล้านกิโลกรัม ไม่ให้ลงสู่มหาสมุทร  โครงการ 30 Cities Program มีเป้าหมายที่จะขยายไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นบริเวณที่ลุ่มน้ำที่ใช้ร่วมกันก่อนพัดพาพลาสติกข้ามพรมแดนลงสู่มหาสมุทร รวมถึงพื้นที่ในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย แบบจำลองใหม่และกรณีศึกษาที่นำเสนอในที่ประชุมยังแสดงให้เห็นว่า การทำความสะอาดแม่น้ำสามารถช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกข้ามพรมแดนในมหาสมุทรได้ พร้อมทั้งยังช่วยสนับสนุนผลลัพธ์ด้านอื่น ๆ เช่น การเพิ่มความสามารถในการรับมืออุทกภัย และการยกระดับแนวทางการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


บอยัน สแลต (Boyan Slat)  ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  The Ocean Cleanup กล่าวว่า:

“ปัญหาขยะพลาสติกไม่ได้หยุดอยู่แค่ประเทศใดประเทศหนึ่งเพราะขยะเหล่านี้เคลื่อนที่ไปตามกระแสน้ำและข้ามเขตแดนต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา ซึ่งไม่มีที่ใดจะสะท้อนภาพได้ชัดเจนไปกว่าสิงคโปร์ ที่ขยะพลาสติกบนชายหาดกว่า 97% มีแหล่งกำเนิดมาจากนอกชายฝั่ง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงถือเป็นภูมิภาคสำคัญที่ต้องเผชิญกับความท้าทายเกี่ยวกับพลาสติกในระดับโลก ทั้งในด้านความรุนแรงของปัญหาและโอกาสในการแก้ไข อย่างไรก็ตาม เพียงความมุ่งมั่นหรือเทคโนโลยีขั้นสูงนั้นอาจยังไม่พอ การจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงได้นั้น ต้องอาศัยทั้งหลักการวิทยาศาสตร์ นโยบาย ภาคธุรกิจ และชุมชนร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกัน ซึ่งสิงคโปร์ที่มีความพร้อมทั้งด้านงานวิจัย นโยบายที่เข้มแข็ง และความแข็งแกร่งด้านการเงิน จึงเหมาะสมอย่างยิ่งในการทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงพันธมิตรและระดมทุน เพื่อจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมระหว่างพรมแดนผ่านความร่วมมือในระดับนานาชาติ”

Ceremonial MOU signing for the partnership between The Ocean Cleanup and Coral Triangle Initiative on Coral Reefs, Fisheries and Food Security (CTI).
Ceremonial partnership signing between The Ocean Cleanup and ICLEI – Local Governments for Sustainability.


การเชื่อมโยงพันธมิตร วิทยาศาสตร์ การเงิน คือ กุญแจสำคัญสู่ความร่วมมือเชิงบูรณาการ

การเสวนาในงาน Towards Healthy Oceans จัดขึ้นภายใต้สามประเด็นหลัก:

  • หลักการวิทยาศาสตร์และแนวทางแก้ไขทางเทคนิค: นำเสนอการใช้ข้อมูล การสร้างแบบจำลอง และระบบติดตามตรวจสอบที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อระบุพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญในแม่น้ำ และกำหนดทิศทางการติดตั้งระบบ Interceptor™ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต
  • ความร่วมมือและการดำเนินการ: การผนึกกำลังระหว่างสถาบันการศึกษา รัฐบาล นักลงทุน และพันธมิตรภาคธุรกิจ เพื่อกำหนดโรดแมปความร่วมมือในการร่วมพัฒนาโครงการเกี่ยวกับแม่น้ำและพื้นที่ชายฝั่ง โดยเชื่อมโยงหลักฐานเชิงวิชาการเข้ากับการดำเนินงานจริง นอกจากนี้ ภายในเวทียังมีการประกาศความร่วมมือใหม่ โดย The Ocean Cleanup ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับ ICLEI – Local Governments for Sustainability, Asia Pacific และ The Coral Triangle Initiative on Coral Reefs, Fisheries, and Food Security (CTI-CFF) เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลหลายระดับและความร่วมมือระดับภูมิภาคในลุ่มน้ำและระบบนิเวศทางทะเลที่ใช้ร่วมกัน
  • การเงินและการลงทุน: การหารือร่วมกันระหว่างนักลงทุน องค์กรการกุศล และสถาบันการเงิน เพื่อแสวงหาช่องทางในการใช้ระบบการเงินแบบผสมผสาน (Blended Finance) และทุนเร่งปฏิกิริยา (Catalytic Capital) รวมถึงการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของภาคเอกชน เพื่อเปลี่ยนกระแสความสนใจในด้านเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ให้กลายเป็นโครงสร้างการลงทุนในระดับสากล และปลดล็อกแหล่งเงินทุนใหม่ ๆ สำหรับการรักษาแม่น้ำและมหาสมุทร


นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงรูปแบบความร่วมมือและโครงสร้างทางการเงินที่จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานในระดับเมือง โดยมุ่งเน้นการสร้างส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดแนวลุ่มน้ำ


นิชา บัคเกอร์ (Nisha Bakker) ผู้อำนวยการด้านพันธมิตรของ The Ocean Cleanup กล่าวในที่ประชุมว่า:

“เราไม่สามารถกอบกู้มหาสมุทรได้เพียงลำพัง เพราะมหาสมุทรที่สมบูรณ์คือผลประโยชน์ร่วมกันของทุกคน และการแก้ปัญหาขยะพลาสติกคือความท้าทายของระบบนิเวศที่ซับซ้อนซึ่งต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนทั้งระบบ ข้อมูลอาจช่วยให้เราเห็นจุดที่ต้องแก้ไขในแม่น้ำ แต่การขยายผลให้เกิดแรงกระเพื่อมในวงกว้างนั้นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนมาอยู่ภายใต้แผนงานเดียวกัน นี่คือเหตุผลที่เราผนึกกำลังพันธมิตรอย่าง ICLEI และ CTI-CFF เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างเมืองและภูมิภาค และสนุบสนุนการดำเนินงานในระดับสากล”

The Ocean Cleanup concludes forum with a coastal cleanup at Marina East Park, in partnership with Singapore Oceanarium.


จากเวทีประชุมสู่ชายฝั่ง

การประชุมในครั้งนี้ยังได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของหน่วยงาน NUS TMSI และ Singapore Oceanarium ในการเป็นตัวกลางสนับสนุนความร่วมมือข้ามภาคส่วน โดย Singapore Oceanarium ซึ่งเป็นศูนย์กลางการอนุรักษ์ที่มุ่งเน้นการดูแลสัตว์ทะเลที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ การฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัย และการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ The Ocean Cleanup เพื่อนำนโยบายที่ได้จากการหารือมาลงมือปฏิบัติจริงในระดับชุมชน


กิจกรรมเก็บขยะบริเวณแนวเขื่อนกั้นคลื่นที่ Marina East Breakwater ที่จัดขึ้นพร้อมกับการประชุม คือกิจกรรมที่เปิดให้ผู้เข้าร่วมและอาสาสมัครได้สัมผัสกับปัญหาขยะในทะเลด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นขยะประเภทเดียวกับที่ระบบสกัดกั้นในแม่น้ำและมหาสมุทรพยายามดักจับก่อนจะรั่วไหลออกไป โดยกิจกรรมนี้ต่อยอดมาจากโครงการทำความสะอาดชายหาดและกิจกรรมดำน้ำเก็บขยะที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องของ Singapore Oceanarium รวมถึงหลักสูตรการศึกษาที่ทำร่วมกับโรงเรียนและองค์กร NGO ในท้องถิ่นของสิงคโปร์


แกรนท์ เอเบิล (Grant Abel) ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ของ Singapore Oceanarium กล่าวว่า:

“Singapore Oceanarium เรามีความมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างลึกซึ้งผ่านการศึกษา การวิจัย และการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เริ่มตั้งแต่ ‘A Plastic Tale’ โครงการที่ใช้การเล่าเรื่องเพื่อปลูกฝังเยาวชน ไปจนถึงกิจกรรมทำความสะอาดชายฝั่งของจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง เรามุ่งหวังที่จะสร้างความตระหนักรู้และความรับผิดชอบร่วมกันในสังคม นอกจากนี้ ภายใน Oceanarium ของเรายังมีโซนจัดแสดงอย่าง ‘Open Ocean Currents’ ที่ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่ากระแสน้ำในมหาสมุทรซึ่งทำหน้าที่เป็น ‘ทางหลวง’ พัดพาขยะพลาสติกข้ามพรมแดนได้อย่างไร เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ผนึกกำลังกับสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลเขตร้อน ของ National University of Singapore (NUS TMSI) และ The Ocean Cleanup เพื่อรวบรวมองค์กรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันในการสร้างสรรค์แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน และขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เพื่อคืนความสมบูรณ์ให้กับมหาสมุทรของเรา”

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Agrivoltaics เทรนด์พลังงานสะอาดที่กำลังเปลี่ยนอนาคตเกษตรโลก เมื่อการปลูกผักและผลิตไฟฟ้ากลายเป็นเรื่องเดียวกัน
SENA ก้าวสู่ New S-Curve ดัน “SENA Green Auto” ทรานส์ฟอร์มจาก Developer สู่ Green Lifestyle Platform เชื่อม บ้าน–รถ–พลังงาน ครบในที่เดียว
เคาะแล้ว! Solar Rooftop ปี 2569 นี้ ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท
พลิกโฉมธุรกิจท่องเที่ยวไทย! ชวนเข้าร่วม TAT Academy Bootcamp อัปเกรดความรู้ สู่การตลาดยุคใหม่ที่ยั่งยืน
Tru Earth แผ่นซักผ้าจิ๋ว กับ Eco-Strips นวัตกรรมที่ทำให้โลกยั่งยืน
เจาะลึกโครงการใหม่ “EV เพื่อพี่วิน” พลิกโฉมเส้นเลือกฝอยกรุงเทพฯ สู่พลังงานสะอาด