วันพุธ, 11 กุมภาพันธ์ 2569

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก สำคัญพอที่จะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้จริงเหรอ?


พลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่ในไทย อาจจะยังไม่เพียงพอต่อการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ของประเทศไทย เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) จึงได้มีการพิจารณาบรรจุการศึกษาเพื่อนำโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) มาเป็นอีกหนึ่งแนวทางเพื่อสร้างความมั่นคงทางระบบไฟฟ้าและพลังงานของประเทศไทย มาดูกันว่า ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) คืออะไร? แล้วทำไมสำคัญถึงขนาดสามารถสร้างความมั่นคงทางระบบไฟฟ้า และพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย Net Zero ได้


ทำไมต้องเป็น ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก’ ?

หนึ่งในจุดอ่อนของพลังงานหมุนเวียน คือความไม่แน่นอน พลังงานนิวเคลียร์จึงเป็นทางเลือกที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เพราะสามารถทำหน้าที่เป็น Base Load เป็นฐานกำลังไฟที่มั่นคงที่สุดได้ และในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยจนเกือบเป็นศูนย์ จึงสามารถช่วยลดการพึ่งพาแก๊สธรรมชาติที่มีราคาผันผวนได้ด้วย


โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีขนาดประมาณ 300 MW สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เช่นเดียวกับพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีลักษณะเด่นที่น่าสนใจ เช่น

  • เป็นโมดูล (Modular): สามารถผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปจากโรงงานแล้วนำมาประกอบได้ จึงช่วยลดระยะเวลาก่อสร้าง ใช้พื้นที่น้อย และสามารถควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานสูงสุด
  • ความปลอดภัยสูง: เพราะถูกออกแบบมาให้สามารถหยุดการทำงานและระบายความร้อนได้เองโดยอัตโนมัติ แม้ไม่มีไฟฟ้าเลี้ยงระบบหรือไม่มีเจ้าหน้าที่ควบคุม (Passive Safety)
  • รักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า


แล้ว ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก’ นี้จะไม่ระเบิดเหมือนเซอร์โนบิลใช่ไหม ไหนจะกากกัมมันตรังสีอีก ?

หากใครยังติดภาพจำของเหตุการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ ที่เกิดจากนิวเคลียร์อยู่ เรามี 2 ข้อสำคัญ เพื่อไขข้อข้องใจ และช่วยคลายความกังวลของทุกคน

  1. เพราะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก ใช้ระบบความปลอดภัยอย่าง Passive Safety เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ระบบจะทำการหล่อเย็นด้วยตัวเองตามกฎฟิสิกส์ โดยไม่ต้องพึ่งพาปั๊มน้ำหรือมนุษย์ควบคุม ลดโอกาสเกิด Human Error ได้เกือบ 100%
  2. หมดปัญหารั่วไหลและอันตรายต่อพื้นที่โดยรอบ เนื่องจากขนาดที่เล็ก จึงมีปริมาณเชื้อเพลิงน้อยกว่าโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้การใช้เชื้อเพลิงมีประสิทธิภาพมากขึ้น กากนิวเคลียร์เหลือน้อยลง และตัวเครื่องจะถูกติดตั้งอยู่ใต้ดิน หรือในโครงสร้างที่แข็งแรงเป็นพิเศษ ทำให้รังสีถูกกักเก็บไว้อย่างมิดชิด ปลอดภัย และได้มาตรฐานสากล


มาดูกันว่าในปัจจุบันมีประเทศไหนบ้างที่ใช้เทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กบ้าง?

  1. จีน – เป็นประเทศแรก ๆ ที่ผลักดัน SMR ลงสู่กริดไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ โดยมี HTR-PM (ปลายปี 2023) โรงไฟฟ้าแบบระบายความร้อนด้วยก๊าซอุณหภูมิสูง ขนาด 210 เมกะวัตต์ และ ACP100 (Linglong One) โรงไฟฟ้าแบบใช้น้ำมวลเบาติดตั้งบนบก ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในช่วงทดสอบขั้นสุดท้ายและคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเต็มรูปแบบในครึ่งปีแรกของปี 2026
  2. รัสเซีย – เป็นประเทศที่มีความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีจากเรือตัดน้ำแข็งมาปรับเป็นโรงไฟฟ้าเคลื่อนที่ โดยมี Akademik Lomonosov เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำ จ่ายไฟฟ้าให้พื้นที่ห่างไกลในอาร์กติก นอกจากนี้ยังกำลังก่อสร้าง SMR บนบกที่เมือง Ust-Kuyga (Yakutia) มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2027-2028 อีกด้วย
  3. สหรัฐอเมริกา – อยู่ในระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยี โดยได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนเพื่อใช้ใน AI Data Center โครงการหลักคือ NuScale Power สหรัฐฯ เป็นเจ้าแรกที่ได้รับใบรับรองการออกแบบจากหน่วยงานกำกับดูแล NRC และกำลังขยายความร่วมมือเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 6 GW นอกจากนี้ยังมีโครงการ Natrium ของ TerraPower ที่ได้รับความสนใจจาก Meta เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานสะอาดสำหรับศูนย์ข้อมูลในอนาคตด้วย
  4. แคนาดา – ใช้ SMR เป็นกลยุทธ์หลักในการลดการใช้ถ่านหินและซัพพอร์ตอุตสาหกรรมเหมืองแร่ โดยมี Darlington New Nuclear Project ในรัฐออนแทรีโอ เป็นโครงการหลัก ในปี 2025 โครงการนี้ได้รับใบอนุญาตการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์รุ่น BWRX-300 ของ GE Hitachi ตั้งเป้าจะจ่ายไฟเข้าสู่กริดภายในปี 2028-2030
  5. สหราชอาณาจักร – มองว่า SMR คือทางออกในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ให้ได้ 24 GW ภายในปี 2050 โดยมี Rolls-Roych SMR เป็นโครงการหลัก ในช่วงกลางปี 2025 ได้รับการประกาศให้เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับเลือกจากรัฐบาล ผ่าน Great British Nuclear มีแผนจะติดตั้งโรงไฟฟ้าแห่งแรกที่ Wylfa เพื่อสร้างและเสริมความมั่นคงทางพลังงาน
  6. อาร์เจนตินา – เป็นประเทศที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยี SMR ของตัวเองมาอย่างยาวนาน โดยมี CAREM-25 เป็นโครงการหลัก เป็นเตาปฏิกรณ์ต้นแบบที่ออกแบบและก่อสร้างโดยคนในประเทศเกือบทั้งหมด ปัจจุบันการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปมากและคาดว่าจะเริ่มทดลองเดินเครื่องได้ภายในปี 2026
รูปภาพ: EPPO Thailand


โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กจึงเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่จะพาให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero โดยในร่าง PDP2024 กำหนดให้มี 2 โรง รวม 600 MW ภายในปี 2037 โดย กฟผ. ได้เริ่มกระบวนการคัดเลือกสถานที่ตั้งแล้ว โดยใช้ข้อกำหนดของ IAEA นำมากำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เช่นเดียวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งด้านการตอบสนองปริมาณการใช้ไฟฟ้า ความปลอดภัย สายส่งไฟฟ้าแรงสูง การจัดหาแหล่งน้ำ และกำลังการผลิต


ในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ล่าสุด สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ได้อัปเดตความคืบหน้าในการจัดทำแผนฯ นี้ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทด้านพลังงานที่เปลี่ยนไป และทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคต โดยสาระสำคัญในการปรับปรุงแผนฯ ประกอบด้วย

  1. ขยายระยะเวลาของแผนจาก 20 ปี เป็น 25 ปี (2026–2050)
  2. สอดรับเป้าหมาย Net Zero โดยปรับเป้าหมายจากปี 2065 เป็นปี 2050
  3. คำนึงถึงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยใช้ข้อมูล GDP เฉลี่ย 25 ปี
  4. เกณฑ์ความมั่นคงต้องเหมาะสม โดยใช้ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ LOLE (Loss Of Load Expectation)
  5. พิจารณาปัจจัยรอบด้าน เช่น จำนวนประชากร ภูมิอากาศ และความต้องการใช้ไฟฟ้าจากกลุ่มใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Data Center


นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาประเด็นสำคัญเพิ่มเติม ได้แก่

  • เป้าหมายของแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP)
  • พิจารณาสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ให้เพียงพอในการดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
  • เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ลอยน้ำในเขื่อน กฟผ. ทั่วประเทศ
  • เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ผ่านโครงการโซลาร์ฟาร์ม พลังงานลม และโซลาร์เซลล์ชุมชน
  • การพิจารณาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์โมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) และโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS)


โดยแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ล่าสุด จะต้องรอนำเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณา ก่อนจะมีผลบังคับใช้ต่อไป


การที่ประเทศไทยจะบรรลุ Net Zero ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR)’ จึงถือเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญ ที่จะผลักดันให้เราไปถึงเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย และไม่ทำให้โลกร้อนไปกว่าเดิม


ที่มา: