วันจันทร์, 18 พฤษภาคม 2569

10 โครงการพลังงานสะอาดอาเซียน 2026

24 ก.พ. 2026
235


ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา กำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญเพื่อเข้าสู่วิถีแห่งพลังงานสะอาด ด้วยการผสมผสานระหว่างการบูรณาการโครงข่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ การลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม นวัตกรรมทางการเงิน และรูปแบบการจัดซื้อพลังงานสะอาดภาคเอกชน


มาดูกันว่า บนเส้นทางแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ มีโครงการเด่น ๆ อะไรบ้าง ที่น่าติดตาม

  1. โครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid – APG)
    หนึ่งในโครงการที่ถือว่าทรงพลังและมีผลกระทบต่อภูมิภาคมากที่สุด ซึ่งมีเป้าหมายเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมดให้เป็นโครงข่ายเดียวภายในปี 2588 การเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าร่วมกันนี้คาดว่าจะลดต้นทุนการลดคาร์บอนของภูมิภาคได้ถึง 800,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  2. โครงการบูรณาการพลังงานลาว–ไทย–มาเลเซีย–สิงคโปร์ (LTMS-PIP)
    โครงการนี้เป็นการส่งพลังงานไฟฟ้าจากพลังน้ำของลาวไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยสิงคโปร์ได้ลงนามในข้อตกลงนำเข้าพลังงานสะอาด 7.3 กิกะวัตต์จากประเทศในภูมิภาค ถือเป็นต้นแบบการซื้อขายพลังงานสะอาดข้ามพรมแดนสำหรับอาเซียน
  3. แผนที่นำทางการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของอินโดนีเซีย (ETP)
    ในเดือนธันวาคม 2568 กระทรวงประสานงานด้านเศรษฐกิจของอินโดนีเซียและ Southeast Asia Energy Transition Partnership ได้เปิดตัวแผนที่นำทางฉบับใหม่ เพื่อขยายพลังงานหมุนเวียนและเปิดทางให้ปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อนกำหนด โดยครอบคลุมการปรับอัตราค่าไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การลดขั้นตอนการประมูล และการให้สิทธิ์ผู้พัฒนาพลังงานหมุนเวียนแข่งขันเข้าแทนที่โรงไฟฟ้าถ่านหินที่กำลังจะปิดตัว
  4. โครงการนำร่อง DPPA ขนาด 2 กิกะวัตต์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย
    หน่วยงานกำกับดูแลของไทยอนุมัติโครงการนำร่องสัญญาซื้อขายพลังงานโดยตรง (DPPA) ขนาด 2 กิกะวัตต์ สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ ซึ่งเริ่มต้นในเดือนมกราคม 2569 เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนได้โดยตรงจากผู้ผลิต ถือเป็นนโยบายสำคัญที่จะส่งผลต่อการจัดซื้อพลังงานสะอาดภาคเอกชนทั่วอาเซียน
  5. โครงการโซลาร์-BESS ของ ADB และ GRE ในไทย (มูลค่า 350 ล้านดอลลาร์)
    ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และ GRE ร่วมพัฒนากองโซลาร์เซลล์ผสมระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ขนาดใหญ่เป็นครั้งแรกของไทย ด้วยมูลค่าการลงทุน 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โครงการนี้มุ่งแก้ไขช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานการกักเก็บพลังงานซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญของระบบสายส่งในภูมิภาค
  6. กลุ่มพันธมิตรวัตถุดิบแบตเตอรี่สุทธิเป็นศูนย์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก (INBC) ของอินโดนีเซีย
    INBC รวบรวมบริษัทในห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่การทำเหมือง การแปรรูป ไปจนถึงการผลิตแบตเตอรี่ เพื่อสร้างฮับการผลิตแบตเตอรี่คาร์บอนต่ำแบบครบวงจรบนเกาะสุลาเวสี โดยมีแผนขยายกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2573 ซึ่งจะช่วยยกระดับอินโดนีเซียสู่การเป็นผู้เล่นหลักในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีสะอาดระดับโลก
  7. สัญญา PPA โซลาร์ของ Google และ Shizen Energy ในมาเลเซีย (โครงการ CGPP)
    Google ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กับ Shizen Energy ภายใต้โครงการ Corporate Green Power Programme (CGPP) ครอบคลุมโครงการโซลาร์ขนาด 29.9 เมกะวัตต์ เพื่อจัดหาไฟฟ้าให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาคและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 2
  8. แผนพัฒนากำลังไฟฟ้าฉบับที่ 8 และพระราชกฤษฎีกาโซลาร์บนหลังคาของเวียดนาม
    เวียดนามเดินหน้าปฏิรูปนโยบายและกฎระเบียบด้านพลังงาน รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายไฟฟ้าฉบับใหม่ การปรับปรุงแผนพัฒนากำลังไฟฟ้าฉบับที่ 8 และการออกพระราชกฤษฎีกาโซลาร์บนหลังคาที่เปิดให้ครัวเรือนและธุรกิจขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนสู่ระบบสายส่งได้
  9. คลัสเตอร์อุตสาหกรรมบินตูลู ในรัฐซาราวัก มาเลเซีย
    คลัสเตอร์อุตสาหกรรมบินตูลูในซาราวักได้รับประโยชน์จากยุทธศาสตร์การพัฒนาหลังโควิด-19 ปี 2573 และแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของรัฐซาราวัก โดยใช้การเงินแบบผสมผสานจากพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนโครงการซีเมนต์คาร์บอนต่ำ เชื้อเพลิงทางเลือก ชีวมวล และพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่กับโครงการชุมชน
  10. พลังงานนิวเคลียร์ของฟิลิปปินส์ และงาน World Nuclear Supply Chain Conference (WNSC 2026)
    ฟิลิปปินส์มีเป้าหมายเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกภายในปี 2575 โดยรัฐสภาได้ผ่านพระราชบัญญัติความปลอดภัยนิวเคลียร์แห่งชาติเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 และฟิลิปปินส์จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Nuclear Supply Chain Conference (WNSC 2026) ในเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานนิวเคลียร์ระดับโลกที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว


แม้จะมีสัญญาณดี จาก 10 โครงการนี้ และโครงการอีกมากมายที่ทยอยเกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในการเปลี่ยนผ่านสู่วิถีแห่งพลังงานสะอาดอย่างเต็มตัว ยังมีความท้าทายสำคัญในแง่เม็ดเงินลงทุน โดยขณะที่การลงทุนด้านพลังงานสะอาดทั่วโลกมีแนวโน้มแตะ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสัดส่วนเพียง 48,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้น การดึงดูดเงินทุนจากภาคเอกชนและองค์กรพหุภาคีให้มากขึ้นถือเป็นปัจจัยชี้ขาดอนาคตของภูมิภาคในระยะต่อไป​​​​​​​​​​​​​​​​


SEA of Sustainability รวมเรื่องราวด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนจากทุกภาคส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อส่งเสริมให้ภูมิภาคก้าวไปข้างหน้าอย่างใส่ใจต่อโลก ตอกย้ำแนวคิด One Southeast Asia ของ SEA CAN Alliance เครือข่ายความร่วมมือของเอเจนซี ที่มุ่งผลักดันศักยภาพและความเป็นหนึ่งเดียวของภูมิภาค ผ่านความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารที่มีคุณค่าและยั่งยืน


ติดตามคอนเทนต์ในหมวด SEA of Sustainability ได้ที่ 👉 SEA of Sustainability


ที่มา:

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Agrivoltaics เทรนด์พลังงานสะอาดที่กำลังเปลี่ยนอนาคตเกษตรโลก เมื่อการปลูกผักและผลิตไฟฟ้ากลายเป็นเรื่องเดียวกัน
สิงคโปร์ผนึกกำลังความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ การเงิน พร้อมจับมือพันธมิตรในระดับภูมิภาค เดินหน้าลดขยะพลาสติกจากแม่น้ำที่ไหลลงสู่มหาสมุทรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
SENA ก้าวสู่ New S-Curve ดัน “SENA Green Auto” ทรานส์ฟอร์มจาก Developer สู่ Green Lifestyle Platform เชื่อม บ้าน–รถ–พลังงาน ครบในที่เดียว
เคาะแล้ว! Solar Rooftop ปี 2569 นี้ ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท
พลิกโฉมธุรกิจท่องเที่ยวไทย! ชวนเข้าร่วม TAT Academy Bootcamp อัปเกรดความรู้ สู่การตลาดยุคใหม่ที่ยั่งยืน
Tru Earth แผ่นซักผ้าจิ๋ว กับ Eco-Strips นวัตกรรมที่ทำให้โลกยั่งยืน