
ปัจจุบันหลาย ๆ ประเทศให้ความสนใจกับพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยประเทศไทยเองก็มีมาตรการหลาย ๆ อย่างที่สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ทั้งในระดับนโยบายภาครัฐ ภาคธุรกิจ และพฤติกรรมของประชาชน เช่น ลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สูงสุด 200,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน 150% ของค่าใช้จ่ายจริง นโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV 3.5) เป็นต้น
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 วารสารวิชาการ Science ของสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศให้ ‘พลังงานหมุนเวียน’ โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม เป็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์แห่งปี 2025 โดยมีเหตุผลหลายประการที่แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้ และประเทศจีน ถือเป็นประเทศผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางด้านพลังงานหมุนเวียนในครั้งนี้ด้วย
ในปี 2025 พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ แซงหน้าพลังงานดั้งเดิมในหลายด้าน พลังงานหมุนเวียนขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนสามารถตอบสนองการเพิ่มขึ้นของความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกได้ภายในช่วงครึ่งปีแรก แซงหน้าถ่านหินในฐานะแหล่งผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยมีประเทศจีน เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก เนื่องจากปัจจุบัน ‘จีน’ ขึ้นเป็นผู้นำด้านการผลิตเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนระดับโลก สามารถผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ร้อยละ 80 ของโลก

ในอดีต ประเทศจีนเป็นประเทศที่ปล่อยมลพิษมากที่สุดในโลก จนได้ชื่อว่าเป็น ‘โรงงานของโลก’ แต่จากการให้ความสำคัญกับการผลิตเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนนั้น รายงานจากศูนย์วิจัยพลังงานและอากาศสะอาด (CREA) ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2025 จีน มีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการลดลงนี้มีส่วนสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานหมุนเวียน ภาคส่วนพลังงานเป็นภาคส่วนที่มีอัตราการลดลงสูงที่สุด จากการเพิ่มจำนวนกังหันลมและแผงโซลาร์เซลล์ ทำให้จีนสามารถผลิตไฟฟ้าจากสองแหล่งนี้ได้มากกว่าความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อยู่ที่ 3.7% ประเทศจีนมีการตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภายในปี 2035 โดยมีเป้าหมายสำคัญภายใต้กรอบ Nationally Determined Contribution (NDC) ใหม่ ดังนี้
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้ได้ 7-10%
- เพิ่มสัดส่วนพลังงานที่ไม่ใช่พลังงานฟอสซิลให้เกิน 30% ของการใช้พลังงานทั้งหมด
- ขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่า 3,600 GW หรือคิดเป็นกว่า 6 เท่าของปี 2020
- เพิ่มปริมาณป่าไม้ให้มากกว่า 24,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
- ทำให้ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEVs) กลายเป็นกระแสหลักในตลาดรถยนต์ใหม่
- ขยายตลาดซื้อขายคาร์บอนแห่งชาติให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง
- วางรากฐานสู่การเป็นสังคมที่ปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศได้อย่างสมบูรณ์

ส่วนพลังงานลม ต้องยกให้สหราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านพลังงานลมของยุโรป และถือเป็นหนึ่งในตลาดลมนอกชายฝั่ง (Offshore Wind) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถึงแม้จะเป็นที่ 2 รองจากจีน แต่ในปี 2025 UK มีกำลังการผลิตพลังงานรวมประมาณ 40-45 GW โดยรัฐบาล UK มีนโยบายสนับสนุนโครงการ Offshore Sector Deal ทำให้พลังงานลมนอกชายฝั่งของ UK นั้น เติบโตอย่างรวดเร็ว และมีการตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 จะมีกำลังการผลิตลมนอกชายฝั่งรวม 50 GW
ทั่วโลกมีอัตราการเติบโตของกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 80% ของประเทศต่าง ๆ ประเทศที่เติบโตสูง ได้แก่ จีน สหรัฐฯ อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เยอรมนี สหราชอาณาจักร องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ภายในปี 2030 นี้ กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับปัจจุบัน โดยเกิดจากพลังงานลมบนบกและนอกชายฝั่ง (Onshore & Offshore Wind) พลังงานแสดงอาทิตย์ (Solar PV) และพลังงานน้ำ (Hydropower) รวมถึงพลังงานชีวมวลบางส่วน เรียกได้ว่า การเติบโตที่เกิดขึ้นของทุกประเทศทั่วโลกนั้น สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ที่มา:
- 7 ความก้าวหน้าเล็ก ๆ แต่สำคัญ เรื่องสภาพภูมิอากาศและธรรมชาติในปี 2025
- China Xinhua News – พลังงานหมุนเวียน เป็นความก้าวหน้าแห่งปี 2025
- Academic journal Science names renewable energy surge 2025 Breakthrough of the year
- China’s carbon emissions fell in the first half of 2025
- 2035 NDC target – CHINA
- WWEA Half-year Report 2025
- UK lies second in offshore wind farm development
- UKWind Power Reaches Historic 30GW milestone
- Executive Summary Renewable’s global growth
- Renewable Electricity