วันเสาร์, 18 เมษายน 2569

จากเนเธอร์แลนด์สู่กรุงเทพฯ: ถอดสูตรลับ “เมืองยั่งยืน” และการจัดการน้ำระดับโลก

รูปภาพ: pr-bangkok.com


ในยุคที่สภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัว เมืองหลวงทั่วโลกต่างต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยเฉพาะเมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ลุ่มต่ำอย่าง “กรุงเทพมหานคร” และประเทศที่ต่อสู้กับระดับน้ำมานับร้อยปีอย่าง “เนเธอร์แลนด์”


ล่าสุด คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร นำโดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้เดินทางเยือนเนเธอร์แลนด์เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านการจัดการน้ำและการพัฒนาเมือง โดยศึกษาการจัดการแหล่งน้ำ การใช้เทคโนโลยีป้องกันน้ำท่วม และวิธีสร้างพื้นที่สีเขียวและน้ำให้เข้ากับเมืองมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากความร้อนและสนับสนุนการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน ซึ่งนี่เป็นตัวอย่างของแนวคิด “Green & Blue Infrastructure” ที่ผสานระบบธรรมชาติและโครงสร้างเมืองเข้าด้วยกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและสนับสนุนสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น แม้จะไม่ได้กล่าวถึงพลังงานโดยตรง แต่เป็นองค์ประกอบหนึ่งของแผนพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนอย่างครบวงจร

รูปภาพ: pr-bangkok.com
รูปภาพ: pr-bangkok.com


การประชุม Thailand – The Netherlands Knowledge Week on Integrated Water Management ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา จัดขึ้นเพื่อถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เชิงเทคนิคในการจัดการน้ำระดับโลก ภายใต้แนวคิด จากลุ่มน้ำสู่ผังเมือง Rainproof โดยผู้เชี่ยวชาญจากเนเธอร์แลนด์ได้นำเสนอการจัดการน้ำจากสถานที่จริง ประกอบด้วย

  • ศูนย์บริหารจัดการน้ำ เลลีสตัด (RWS Lelystad): หน่วยงานหลักด้านการบริหารจัดการน้ำระดับปากน้ำและทะเล ซึ่งทำหน้าที่แจ้งเตือน พยากรณ์วิกฤตน้ำ และประสานงานในลุ่มน้ำสำคัญระดับยุโรป (Rhine และ Meuse) รวมถึงใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตรวจสอบคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคที่ปลอดภัย
  • ผังเมืองอัมสเตอร์ดัม และ Rainproof Amsterdam: การปรับตัวของเมืองอัมสเตอร์ดัมที่ตั้งบนพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งปัจจุบันต้องรับมือกับฝนที่ตกหนักขึ้นจนระบบเดิมระบายไม่ทัน นำไปสู่ข้อกำหนดผังเมืองใหม่ที่บังคับให้อาคารกักเก็บน้ำได้อย่างน้อย 60 ชั่วโมง และการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานสีเทา (Grey Infrastructure) สู่โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและสีฟ้า (Green-Blue Infrastructure) เพื่อเพิ่มพื้นที่หน่วงน้ำและส่งเสริมการสัญจรด้วยจักรยานที่รวดเร็วปลอดภัย
  • เรียนรู้นวัตกรรม PIB และโครงการ Water as Leverage (WaL): นำความเชี่ยวชาญระดับโลกมาพัฒนาระบบพยากรณ์อัจฉริยะ โดย PIB เป็นกลไกหลักที่สนับสนุนโครงการ Water as Leverage (WaL) เพื่อเปลี่ยนแนวคิดการจัดการคลองและแม่น้ำให้เป็น “คลองอเนกประสงค์” รองรับทั้งกิจกรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากการระบายน้ำหรือสัญจรเพียงอย่างเดียว
รูปภาพ: pr-bangkok.com
รูปภาพ: pr-bangkok.com


นอกจากนี้ในวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ว่าฯ ชัชชาติ และคณะ ยังได้เข้าร่วมหารือและสานต่อภารกิจในประเด็นต่าง ๆ กับผู้เชี่ยวชาญชาวเนเธอร์แลนด์ ไม่ว่าจะเป็น

  • สานต่อภารกิจ The Ocean Cleanup ยกระดับการจัดการขยะพลาสติกในแม่น้ำและลำคลอง ที่มีไฮไลต์สำคัญ คือ ผลการปฏิบัติการของเรือดักจับขยะพลังงานแสงอาทิตย์ Interceptor 019 ในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สามารถดักจับขยะพลาสติกก่อนไหลลงสู่ทะเลได้มากกว่า 277 ตัน นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2024
  • การเพิ่มประสิทธิภาพปฏิบัติการขนส่งขยะจาก Interceptor 019 โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ปรับปรุงระบบบริหารจัดการให้ดีขึ้น พร้อมพิจารณาความเป็นไปได้ในการติดตั้งอุปกรณ์ดักจับขยะพลาสติกในลำคลองสายหลัก ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลการศึกษาแนวโน้มและเส้นทางการไหลของขยะพลาสติก เพื่อติดตามและพัฒนาการจัดเก็บให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในอนาคต
  • การแลกเปลี่ยนยุทธศาสตร์เมืองยืดหยุ่น (Urban Resilience) กับเทศบาลเมืองรอตเทอร์ดาม โดยรอตเทอร์ดามโชว์แนวคิดการออกแบบเมืองที่อาศัยร่วมกับน้ำอย่างชาญฉลาด เช่น อาคารและฟาร์มลอยน้ำ สนามกีฬาอเนกประสงค์กักเก็บน้ำ และสวนหน่วงน้ำและถังกักเก็บน้ำระดับชุมชน ส่วนผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้แลกเปลี่ยนการบริหารจัดการกรุงเทพฯ ที่เน้นแก้ปัญหา เส้นเลือดฝอย ทั้งด้านการขนส่ง การจัดการขยะ การระบายน้ำ รวมถึงพื้นที่สีเขียว และการใช้แพลตฟอร์ม Traffy Fondue ที่ใช้จัดการเรื่องร้องเรียนของเมือง
  • เจาะลึกระบบ Maeslant Barrier และเครือข่าย I-Storm แลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารจัดการประตูกั้นน้ำขนาดใหญ่ในโครงการ Delta Works โดยเจาะลึกระบบบำรุงรักษาเชิงป้องกันและการตัดสินใจเดินระบบในภาวะวิกฤตที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูง รวมถึงแนวทางการควบคุมการรุกตัวของน้ำเค็ม


การเยือนเนเธอร์แลนด์ของคณะผู้บริหาร กทม. ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการดูงานเพื่อนำภาพสวย ๆ กลับมา แต่คือการเชื่อมต่อเครือข่ายระดับโลก เพื่อนำเทคโนโลยีและแนวคิดที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของกรุงเทพมหานครอย่างเป็นรูปธรรม หากทางคณะฯ สามารถถอดบทเรียนจากเนเธอร์แลนด์มาปรับใช้ได้จริง เราก็จะได้เห็นกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้แค่รอดจากวิกฤตน้ำท่วม แต่เป็นเมืองที่เติบโตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน


ที่มา:

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Tru Earth แผ่นซักผ้าจิ๋ว กับ Eco-Strips นวัตกรรมที่ทำให้โลกยั่งยืน
เจาะลึกโครงการใหม่ “EV เพื่อพี่วิน” พลิกโฉมเส้นเลือกฝอยกรุงเทพฯ สู่พลังงานสะอาด
Kaishan Compressor รุกตลาดไทย ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์ความยั่งยืน BCG Model
Thai Coconut แบรนด์ไทยมาตรฐานโลก กับกลยุทธ์บุกอเมริกา พร้อมก้าวสำคัญสู่ความยั่งยืนด้วยใบเซอร์ฯ คาร์บอนฟุตพริ้นท์
เจาะลึกงาน Natural Products Expo West 2026 เวทีแจ้งเกิด ‘ข้าวอินทรีย์ไทย’ ในตลาดพรีเมียมโลก
เจาะกลยุทธ์ YADEA จับมือ PD สร้างระบบนิเวศ EV และความยั่งยืน