วันเสาร์, 18 เมษายน 2569

“สสารไม่มีวันหายไปจากโลก” ขยะที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ก็เช่นกัน

25 ก.ย. 2024
302
แพขยะมหาสมุทรแปซิฟิก

แพขยะใหญ่แปซิฟิก เมื่อขยะถูกพัดมากองรวมกันจนใหญ่กว่าประเทศไทย 3 เท่า

ถ้าใครเคยได้ดูภาพยนตร์ Under Paris อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเจ้ากองขยะในมหาสมุทรกันบ้าง แล้วถ้าหากกองขยะในมหาสมุทรมีการรวมตัวกันจนกลายเป็นขยะขนาดใหญ่อยู่ในมหาสมุทรจะเกิดอะไรขึ้น

เราอาจจะเคยได้ยินคำที่ว่า “สสารไม่มีวันหายไปจากโลก” ขยะที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ก็เช่นกัน เมื่อขยะถูกทิ้งลงสู่แม่น้ำลำคลองสุดท้ายก็ออกไปยังทะเลและมหาสมุทร มีการคาดการณ์ว่าในแต่ละปีขยะพลาสติกที่ไหลลงสู่มหาสมุทรมีปริมาณ 1.15 ถึง 2.41 ล้านตัน ซึ่งขยะเหล่านี้ครึ่งหนึ่งมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ ทำให้ตัวมันไม่จมลงเมื่อไหลลงสู่ทะเล และในมหาสมุทรมีกระแสน้ำหมุนวนที่เรียกว่า “Gyres” กระแสน้ำวนขนาดใหญ่จะดึงวัตถุต่าง ๆ ขยะ อุปกรณ์ตกปลา และเศษซากในทะเลมารวมกันทำให้เกิด #แพขยะ ขึ้น พบ Gyres ในมหาสมุทร 5 แห่ง ได้แก่ หนึ่งแห่งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย สองแห่งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก และสองแห่งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก

แพขยะมหาสมุทรแปซิฟิก (Great Pacific Garbage Patch: GPGP) เป็นแหล่งสะสมขยะพลาสติกนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดจากทั้งหมด 5 แห่งของมหาสมุทรทั่วโลก แพขยะนี้ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างฮาวายและแคลิฟอร์เนีย สำหรับขนาดของแพขยะนี้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1.6 ล้านตารางกิโลเมตรหรือมีขนาดใหญ่เป็น 3 เท่าของประเทศไทย

แพขยะมหาสมุทรแปซิฟิก

คาดว่ามวลของพลาสติกในแพขยะแปซิฟิกอยู่ที่ประมาณ 100,000 ตัน พลาสติกส่วนใหญ่ที่เก็บกู้ได้ทำจากโพลีเอทิลีน (PE) หรือโพลีโพรพิลีน (PP) มีขนาดตั้งแต่ชิ้นเล็ก ๆ ไปจนถึงวัตถุขนาดใหญ่และอวนจับปลา แม้พลาสติกส่วนใหญ่ที่พบจะมีขนาดมากกว่า 5 มิลลิเมตร แต่เมื่อพลาสติกสัมผัสกับ แสงแดด คลื่น สิ่งมีชีวิตในทะเล และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ จะเกิดการเสื่อมสลายได้เป็นไมโครพลาสติกลอยอยู่ที่ผิวน้ำ แต่ก็สามารถอยู่ใต้น้ำหรือลึกลงไปถึงพื้นมหาสมุทรได้อีกด้วยเมื่อพลาสติกมีขนาดเล็กลงเป็นไมโครพลาสติกจะกำจัดออกได้ยากและสัตว์ทะเลมักเข้าใจผิดว่าเป็นอาหาร

ถึงแม้แพขยะจะอยู่ห่างไกลจากพื้นที่ที่มนุษย์อาศัยอยู่ แต่สามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิตในทะเล และมนุษย์ได้ ตัวอย่างผลกระทบของแพขยะได้แก่

สัตว์ทะเลอาจถูกจับและบาดเจ็บหรืออาจตายได้ในเศษซากบางประเภท เช่น อวนจับปลา สายรัดกระเป๋า ห่วงยาง หูหิ้วถุงพลาสติก ปลา นกทะเล และสัตว์ทะเลอื่น ๆ อาจกินพลาสติก โดยไม่ได้ตั้งใจและอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของสัตว์ได้

สาหร่าย หอยทะเล ปู หรือสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ สามารถเกาะติดเศษซากขยะและถูกพัดพาข้ามมหาสมุทรไปได้ หากสิ่งมีชีวิตชนิดดังกล่าวรุกรานและสามารถตั้งรกรากและเติบโตในสภาพแวดล้อมใหม่ สิ่งมีชีวิตดังกล่าวอาจแย่งชิงหรือเข้ามาแทนที่สิ่งมีชีวิตพื้นเมืองจนมากเกินไปส่งผลให้ระบบนิเวศเสียหาย

มนุษย์สามารถได้รับสารเคมีในพลาสติกหรือไมโครพลาสติกจากกระบวนการที่เรียกว่าการสะสมทางชีวภาพ (bioaccumulation) เมื่อสัตว์ที่กินพลาสติกกลายเป็นเหยื่อจะส่งต่อพลาสติกไปยังผู้ล่าและผ่านห่วงโซ่อาหารซึ่งรวมถึงมนุษย์ด้วย

ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ พบว่าค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจต่อปีที่เกิดจากพลาสติกในทะเลอยู่ที่ประมาณ 6,000-19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเกิดจากผลกระทบต่อการท่องเที่ยว การประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการทำความสะอาดของรัฐบาล

ดังนั้นมาตรการในการจำกัดขยะและป้องกันการทิ้งพลาสติกลงสู่แม่น้ำน่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าการจัดการกับผลที่ตามมาเมื่อขยะได้ถูกปล่อยออกสู่ทะเลแล้ว

อ้างอิง
https://theoceancleanup.com/great-pacific-garbage-patch/

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Tru Earth แผ่นซักผ้าจิ๋ว กับ Eco-Strips นวัตกรรมที่ทำให้โลกยั่งยืน
เจาะลึกโครงการใหม่ “EV เพื่อพี่วิน” พลิกโฉมเส้นเลือกฝอยกรุงเทพฯ สู่พลังงานสะอาด
Kaishan Compressor รุกตลาดไทย ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์ความยั่งยืน BCG Model
Thai Coconut แบรนด์ไทยมาตรฐานโลก กับกลยุทธ์บุกอเมริกา พร้อมก้าวสำคัญสู่ความยั่งยืนด้วยใบเซอร์ฯ คาร์บอนฟุตพริ้นท์
เจาะลึกงาน Natural Products Expo West 2026 เวทีแจ้งเกิด ‘ข้าวอินทรีย์ไทย’ ในตลาดพรีเมียมโลก
Intelligent Asia Thailand 2026 พลิกโฉมงานแสดงเทคโนโลยีสู่แพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม PCB และระบบอัตโนมัติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนเวทีโลก