วันศุกร์, 10 เมษายน 2569

ผู้หญิงอยู่ตรงไหน ในวงการพลังงานไทย ?

ในเรื่องของการปรับตัวสู่วิถีแห่งพลังงานสะอาดของไทย มากไปกว่ามิติการปรับตัวของผู้บริโภคสู่ไลฟ์สไตล์ที่ปลอดคาร์บอนมากขึ้น อีกมิติที่สำคัญ คือการมีส่วนร่วมของบุคลากรผู้ผลักดันในวงการที่มีความหลากหลาย ไม่กระจุกตัว 

ใช่แล้ว เรากำลังจะชวนทุกคนให้คิดถึงบทบาทการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในวงการพลังงาน 

รู้หรือไม่ว่า ในปี 2023 มีสัดส่วนแรงงานหญิงทั่วโลกอยู่ที่ 39% ทว่าในภาคพลังงานสัดส่วนดังกล่าวกลับต่ำว่านั้นถึง 2 เท่าโดยเฉพาะในตำแหน่งงานระดับสูง สะท้อนให้เห็นว่าท่ามกลางกระแสการพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็วของภาคพลังงาน บทบาทการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในวงการนี้ยังคงมีอยู่จำกัด (อ้างอิงจากรายงานของ International Energy Agency หรือ IEA) 

โดยในประเทศไทย พบว่าสัดส่วนของผู้บริหารชายและหญิงในภาคพลังงานมีความแตกต่างกันถึง 3 เท่า โดยมีผู้บริหารหญิงเพียง 151 คน ขณะที่มีผู้บริหารชายถึง 404 คน 

“จากการสำรวจข้อมูลง่ายๆ รู้ไหมครับว่าในบอร์ดบริหารของ 12 องค์กรพลังงานขนาดใหญ่ของบ้านเรา โดยเฉลี่ยมีผู้บริหารที่เป็นผู้หญิงแค่ 28% บางบริษัทมีผู้บริหารหญิงคิดเป็น 7% เท่านั้น” ดร. ณัฐวิคม พันธุวงศ์ภักดี รองผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเปิดประเด็น 

ขณะที่ Sascha Oppowa ผู้อำนวยการโครงการพลังงานสะอาด เข้าถึงได้ และมั่นคงสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (CASE) องค์กรระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) บอกว่า “ถ้าคุณลอง Google เกี่ยวกับงานในวงการพลังงานสะอาด คุณจะเห็นเลยว่าภาพผลลัพธ์ที่ขึ้นมาส่วนใหญ่จะมีแต่ภาพพนักงานที่เป็นผู้ชาย”

“ในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาของระบบอย่างมีส่วนร่วมของทุกเพศอย่างเท่าเทียม แค่เรา Sensitive มันไม่พอ เราต้องลงลึกไปถึงระดับเชิงโครงสร้าง คือเปลี่ยนรูปแบบของความร่วมมือในการขับเคลื่อนระบบ (Transformative)” Sascha กล่าว

แน่นอนว่าในทุกวันนี้ เชื่อว่าหลายคนเริ่มเข้าใจและมองว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบพลังงานทางเลือกแห่งอนาคตคือสิ่งสำคัญ แต่เราแต่ละคนได้เคยถามตัวเองบ้างหรือไม่ว่า ในการเปลี่ยนผ่านนี้มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังหรือเปล่า ? เราขับเคลื่อนระบบของเราให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ได้หรือไม่และอย่างไร ? 

ในประเด็นนี้ ล่าสุดองค์กรความร่วมมือระหว่าง GIZ และ SDG Move ได้ชวน 4 ผู้นำหญิงในภาคพลังงานของไทย มาแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อแนะนำ เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นผลจริง จะมีสาระและมุมมองดีๆ อะไรบ้าง มาติดตามกัน

​ดร.อภิรดี ธรรมมโนมัย ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ตัวแทนจากภาครัฐ วิศวกรหญิงที่ใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญเป็นเครื่องมือกรุยทางในหน้าที่การงานมาโดยตลอด มองว่า การมีผู้หญิงในบทบาทผู้บริหารในภาคพลังงาน จะนำมาซึ่งการตัดสินใจที่รอบคอบ กลมกล่อม และเอื้อต่อการประสานประโยชน์ระหว่างภาคส่วนมากขึ้น ประเด็นสำคัญของการเพิ่มสัดส่วนของผู้หญิงบนบอร์ดบริหารภาคพลังงาน คือ การยกระดับความหลากหลายทางความคิดและมุมมอง ที่มีส่วนอย่างยิ่งต่อการพิจารณาตัดสินใจอย่างมีความสมเหตุสมผลต่อองค์รวม

“ผู้หญิงทุกคนมีจุดแข็งของตนเอง แค่หาตัวเองให้เจอ เรียนรู้ให้ดีที่สุด เชื่อมั่นว่าเราเก่ง และใช้จุดเด่นของเราให้เป็นประโยชน์ ถ้าทำได้ เราจะยืนหยัดได้ในทุกพื้นที่ สิ่งสำคัญคือการสร้างรากฐานที่ใช่  คือมองไปที่ความสามารถและทักษะที่ตอบโจทย์ เมื่อนั่นเพศจะไม่ใช่ตัวแปรอีกต่อไป” ดร.อภิรดีกล่าว

ดร.รสยา เธียรวรรณ​ ​รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ตัวแทนจากภาคเอกชน ผู้มีประสบการณ์ตรงจากการทำงานในวงการพลังงาน อันเป็นอุตสาหกรรมหนักซึ่งโดยมากจะหนาแน่นด้วยทีมงานเพศชาย มองว่าค่านิยมของสังคมที่เป็นมาในอดีต ซึ่งวางให้ผู้หญิงเป็นผู้ดูแลครอบครัว คือปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนรั้งบทบาทหรือความก้าวหน้าทางอาชีพการงานในวงการพลังงานของผู้หญิงไทย แต่ด้วยสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนไป ทั้งจากตัวแปร Disruptions ต่างๆ ที่ทำให้เกิดรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นหรือเป็น WFH มากขึ้น รวมถึงนโยบายสนับสนุนบุคลากรที่มีครอบครัวจากองค์กร ก็ช่วยทำให้ผู้หญิงในวงการพลังงานในวันนี้มีบทบาทเพิ่มขึ้นมาก นอกจากนี้ ดร. รสยา ยังมองว่า จริงๆ แล้วการเป็นผู้หญิงไม่ใช่จุดอ่อน แต่คือจุดแข็ง เพราะในการทำงาน เราพบว่าผู้ชายเขาให้เกียรติเรา เขาไม่ตั้งการ์ดใส่เรา การเจรจางานโดยผู้บริหารผู้หญิงบ่อยครั้งนำไปสู่ความสำเร็จมากกว่าด้วยซ้ำ

“โลกเปลี่ยนตลอดเวลา ผู้หญิงเราจะเข้ามามีบทบาทในวงการสำคัญได้ๆ ก็ต่อเมื่อเราสามารถติดตามทุกเทรนด์ได้ทันและพัฒนาตัวเองให้ตอบโจทย์ เพื่อให้เราสามารถยืนบนยอดคลื่นได้อยู่เสมอ ในวงการพลังงานก็เช่นกัน ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ตัวเรา กุญแจสู่การขึ้นเป็นระดับผู้นำ คือการมี Growth Mindset และ Efforts ความกล้าที่จะลงมือคว้าโอกาส” ดร.รสยา ​กล่าว

คุณแพร ภิรมย์ หัวหน้าหน่วย Sasin Sustainability & Entrepreneurship Center สถาบันศศินทร์ฯ ตัวแทนภาคประชาสังคม ซึ่งมีประสบการณ์ช่วยผลักดันหลายองค์กรในภาคเอกชนในด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน บอกว่าสถานการณ์ภาพรวมด้านบทบาทของเพศหญิงในวงการพลังงานของประเทศไทยถือว่าค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อย่างอินโดนิเซียหรือฟิลิปปินส์ แต่สิ่งที่พบคือแม้ว่าในพีระมิตตลาดงานภาคพลังงานจะมีจำนวนผู้หญิงอยู่พอสมควร แต่บนยอดพีระมิดสัดส่วนผู้บริหารหญิงก็อาจจะยังไม่มากนัก ในจุดนี้ คุณแพรมองว่า บริบทของบ้านเราอาจจะไม่เหมาะที่ปรับใช้มาตรการโควต้าแบบทางยุโรป เพราะในแง่ Samplings ของผู้หญิงก็อาจจะยังไม่มากพอ โซลูชันของบ้านเราน่าจะเป็นการกำหนดสัดส่วน Candidate nomination แบบ 50:50 มากกว่า คือเน้นที่การให้โอกาสอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้นอกจากเพศแล้ว ก็ยังควรเพิ่มมิติความหลากหลายอื่นๆ เข้ามาด้วย ทั้งด้านสัญชาติ หรืออายุ

“ในการผลักดันบทบาทของผู้หญิงในวงการพลังงาน ต้องกลับไปที่การปฏิวัติระบบการศึกษาไทยในทุกระดับอายุ ตั้งแต่ระดับประถมก็ควรต้องมีการสร้าง Green Skills ในขณะที่ก็ต้องไม่ลืมว่ากลุ่มสูงวัยยังมีศักยภาพที่ส่งต่อได้ ต้องถามว่าเรากำหนดอายุเกษียณไวเกินไปหรือเปล่า นอกจากนี้ สิ่งสำคัญมากๆ คือการสร้างคนให้มี Entrepreneurial mindset รู้จักคว้าโอกาสและเป็นนักแก้ปัญหา รวมถึงมีความเข้าใจและเชื่ออย่างแรงกล้าในเรื่อง Rights & Responsibilities คือสิทธิ์และความรับผิดชอบเป็นเรื่องของทุกคน” คุณแพรกล่าว

ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์​ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ตัวแทนจากภาควิชาการ มองว่า ทิศทางโลกคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โอกาสของผู้หญิงในวงการพลังงานมีเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีต โดยเฉพาะในเรื่องของการเกิดขึ้นของ Renewable Energy นับตั้งแต่ COP21 เป็นต้นมา ซึ่งผลักดันมิติขององค์ความรู้และตลาดงานในสาขาใหม่ๆ ในภาคพลังงานให้กว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานในด้านการวางกลยุทธ์หรือ STEM 

“อุปสรรคคือโอกาส สิ่งสำคัญคือการที่เราไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง และรู้จักใช้ Soft skills อันเป็นข้อได้เปรียบของเรา ถ้าคุณทำได้ คุณจะไปเป็นอะไร ในวงการไหนก็ได้” ดร.อารีพร กล่าวปิดท้าย

อ้างอิง 
งานเสวนาวิชาการ “Women in Energy จุดพลังอนาคต สร้างแรงบันดาลใจจาก 4 ผู้นำหญิงในภาคพลังงาน”​ โดย องค์กรระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม 2024

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Tru Earth แผ่นซักผ้าจิ๋ว กับ Eco-Strips นวัตกรรมที่ทำให้โลกยั่งยืน
เจาะลึกโครงการใหม่ “EV เพื่อพี่วิน” พลิกโฉมเส้นเลือกฝอยกรุงเทพฯ สู่พลังงานสะอาด
Kaishan Compressor รุกตลาดไทย ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์ความยั่งยืน BCG Model
Thai Coconut แบรนด์ไทยมาตรฐานโลก กับกลยุทธ์บุกอเมริกา พร้อมก้าวสำคัญสู่ความยั่งยืนด้วยใบเซอร์ฯ คาร์บอนฟุตพริ้นท์
เจาะลึกงาน Natural Products Expo West 2026 เวทีแจ้งเกิด ‘ข้าวอินทรีย์ไทย’ ในตลาดพรีเมียมโลก
Intelligent Asia Thailand 2026 พลิกโฉมงานแสดงเทคโนโลยีสู่แพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม PCB และระบบอัตโนมัติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนเวทีโลก