วันเสาร์, 18 เมษายน 2569

ปฏิวัติวงการอาหาร ด้วย “Solein” โปรตีนที่ไม่มีวันหมดสิ้น

นวัตกรรมการกำจัดคาร์บอน “ด้วยการกิน” ดูเหมือนว่าจะเข้าใกล้ชีวิตประจำวันเราขึ้นไปทุกที เพราะวันนี้เราสามารถเปลี่ยนอากาศให้กลายเป็นอาหารได้จริง ๆ แล้วกับ “ผงโปรตีนจากคาร์บอนไดออกไซด์”

ล่าสุด Solar Foods บริษัทผลิตอาหารสัญชาติฟินแลนด์ มีแนวคิดที่ต้องการผลิตอาหารด้วยการก้าวข้ามการเกษตรแบบดั้งเดิม โดยมองว่าในช่วงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มนุษย์เติบโตมาพร้อมความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ พึ่งพาเกษตรกรรมที่ทันสมัยและพัฒนาก้าวข้ามขีดจำกัดของโลกเพื่อสร้างอนาคตที่มั่งคั่ง แต่วิวัฒนาการของการผลิตอาหารและพฤติกรรมการกินของมนุษย์เราในปัจจุบันกำลังสร้างผลกระทบต่อสถานการณ์ปัญหาโลกร้อน โดยพบว่า 

  • 30% ของการปล่อยมลพิษมาจากกระบวนการผลิตอาหาร
  • 40% ของพื้นที่บนโลก ถูกใช้เพื่อการผลิตปศุสัตว์
  • 70% ของการใช้น้ำจืดทั่วโลก เป็นไปเพื่อการทำเกษตรกรรม
  • ปริมาณปลาทั่วโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้เกิดการใช้กำลังเครื่องยนต์และเชื้อเพลิงมากขึ้น เพื่อออกไปยังทะเลไกลกว่าเดิม เพื่อให้สามารถจับปลาได้มากขึ้น

ด้วยเป้าหมายที่จะพาวงการผลิตอาหารสู่ยุคใหม่ Solar Foods ได้เปิดตัวโรงงาน Factory 01 ในเมืองวานตา ประเทศฟินแลนด์ เพื่อผลิตโปรตีนชนิดใหม่ ที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ GMO (จุลินทรีย์พืชและสัตว์) หรือใช้สารสังเคราะห์ใด ๆ  โดยเลือกใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศเป็นวัตถุดิบหลัก ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่พบในธรรมชาติหมักตามธรรมชาติผ่านกระบวนการไฮเปอร์ไดรฟ์ ใช้ไฟฟ้าเป็นตัวสร้างแคลอรีและให้อาหารจุลินทรีย์ด้วยคาร์บอนไดออกไซด์แทนยีสต์และน้ำตาล เมื่อหมักได้ที่ ก็เข้าสู่กระบวนการดูดความชื้นโดยที่ยังรักษาคุณค่าทางอาหารไว้อย่างครบถ้วน จนเกิดเป็นโปรตีนสีเหลืองโดดเด่น ที่ชื่อว่า “Solein” (โซลีน)

ทาง Solar Foods บอกว่า “ด้วย โซลีน เราสามารถรังสรรค์รสชาติให้เหมือนอะไรก็ได้ตามที่เราต้องการ รวมถึงได้คุณค่าทางโภชนาการของเซลล์โปรตีนคล้ายคลึงกับถั่วเหลืองหรือสาหร่ายทะเล อันประกอบไปด้วย โปรตีน 65-70 % , ไฟเบอร์ 10-15 % , แร่ธาตุ  3-5 % และกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 9 ชนิดที่ร่างกายมนุษย์ต้องการ ทำให้โซลีนสามารถทดแทนโปรตีนในอาหารได้หลากหลายชนิด เรียกได้ว่าเป็นโปรตีนที่มีความอเนกประสงค์และยั่งยืน”

การก่อเกิดของโซลีน ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการพัฒนาโซลูชันแห่งวงการอาหารแห่งอนาคต ส่งเสริมการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ โดยไม่กระทบต่อรสชาติหรือคุณค่าทางโภชนาการ เป็นนวัตกรรมอาหารทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งลดปริมาณการใช้ทรัพยากร เวลาและพื้นที่ในการผลิต ในขณะที่ยังสามารถช่วยเพิ่มปริมาณอาหารสำหรับประชากรที่เพิ่มขึ้นได้อย่างยั่งยืน

ในปัจจุบัน หน่วยงานอาหารของสิงคโปร์ (SFA) ได้อนุมัติการนำเข้า ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่มีโซลีนเป็นส่วนผสม ทำให้สิงคโปร์เป็นประเทศเเรก ที่ได้ทดลองใช้โซลีนในเมนูของร้านอาหาร เริ่มต้นที่เมนูเสฉวนระดับโลก “Chengdu Bowl” โดยผสมลงในเมนู Mapo Tofu (เต้าหู้มาโผ) และ Sour and Spicy Soup (ซุปเปรี้ยวเผ็ดสูตรเฉพาะของร้าน) ปรุงรสชาติเข้มข้นคงเนื้อสัมผัสแบบดั้งเดิม จนเกิดเป็นอาหารรสชาติอร่อยที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยทัศนคติใหม่ ๆ ของสิงคโปร์ เพราะด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมและอาหารของที่นี่ การเลือกใช้วัตุดิบใหม่หรือคิดค้นเมนูอาหารใหม่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเมืองที่มีความหลากหลายด้านจิตวิญญาณผู้บุกเบิก ที่สิงคโปร์กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำการปฏิวัติระบบอาหารที่ยั่งยืน แต่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ก้าวสำคัญของสิงคโปร์เท่านั้น แต่ยังถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญของคนทั้งโลกด้วย

โซลีนปลดล็อกโลกแห่งความหลากหลายของอาหารรูปแบบใหม่ ผสมผสานความรู้ด้านธรรมชาติและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตแห่งอาหารแสนอร่อยที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ จากแหล่งอาหารที่ไม่สิ้นสุดของโลกของเรา และยังช่วยเพิ่มตัวเลือกให้ผู้บริโภคสำหรับแหล่งโปรตีนที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงอีกด้วย ถึงเวลาที่จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการผลิตอาหาร เพื่อปลดปล่อยโลกจากภาระของภาคเกษตรกรรม สร้างอนาคตแห่งอาหารแสนอร่อยที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ที่น่าลิ้มลอง

โปรตีนอากาศ เป็นส่วนผสมที่มีประโยชน์หลากหลาย ซึ่งประกอบด้วย 

  • โปรตีน 65-70 %
  • ไฟเบอร์ 10-15 %
  • แร่ธาตุ  3-5 %
  • กรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 9 ชนิดที่ร่างกายมนุษย์ต้องการ

ในศตวรรษที่ผ่านมา การใช้น้ำเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าของอัตราการเติบโตของประชากรโลก โดยเฉลี่ยแล้ว ภาคเกษตรกรรมใช้น้ำจืดทั่วโลกถึง 70% การผลิตโซลีนช่วยลดภาระดังกล่าว โดยใช้น้ำเพียงเศษเสี้ยวของปริมาณที่จำเป็นสำหรับการผลิตอาหารทางการเกษตร
(*เทียบเท่าปริมาณน้ำที่ใช้ในการผลิตโปรตีน 1 กิโลกรัม)

ปศุสัตว์เป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นผู้ใช้ทรัพยากรที่ดินรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยพื้นที่เลี้ยงสัตว์และพื้นที่เพาะปลูกที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์คิดเป็นเกือบ 80% ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด ซึ่งเป็นพื้นที่ของแหล่งอยู่อาศัยถึง 40% และยังคงไม่ครอบคลุมกับความต้องการบริโภคของมนุษย์
(*เทียบเท่าขนาดพื้นที่ที่ใช้ในการผลิตโปรตีน 1 กิโลกรัม)

อัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของวัว คิดเป็น 45 กิโลกรัมต่อโปรตีน 1 กิโลกรัม ซึ่งคิดเป็น 14.5% ของก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากมนุษย์ทั้งหมด พืชมีประสิทธิภาพมากกว่าสัตว์ แต่โซลีนมีประสิทธิภาพเหนือกว่าทั้งสองอย่าง
(*เทียบเท่าปริมาณกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าจากการผลิตโปรตีน 1 กิโลกรัม)

อ้างอิง
https://solarfoods.com
https://www.solein.com/blog/solein-shakes-up-sichuan-chengdu-bowl-reimagines-mapo-tofu-in-singapore

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Tru Earth แผ่นซักผ้าจิ๋ว กับ Eco-Strips นวัตกรรมที่ทำให้โลกยั่งยืน
เจาะลึกโครงการใหม่ “EV เพื่อพี่วิน” พลิกโฉมเส้นเลือกฝอยกรุงเทพฯ สู่พลังงานสะอาด
Kaishan Compressor รุกตลาดไทย ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์ความยั่งยืน BCG Model
Thai Coconut แบรนด์ไทยมาตรฐานโลก กับกลยุทธ์บุกอเมริกา พร้อมก้าวสำคัญสู่ความยั่งยืนด้วยใบเซอร์ฯ คาร์บอนฟุตพริ้นท์
เจาะลึกงาน Natural Products Expo West 2026 เวทีแจ้งเกิด ‘ข้าวอินทรีย์ไทย’ ในตลาดพรีเมียมโลก
Intelligent Asia Thailand 2026 พลิกโฉมงานแสดงเทคโนโลยีสู่แพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม PCB และระบบอัตโนมัติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนเวทีโลก