วันศุกร์, 6 มีนาคม 2569

ชวนดู ‘การเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานสะอาด’ ตาม BCG Model ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ลมหนาวเริ่มมา ช่วงปลายปีแบบนี้ อาจจะเป็นช่วงเวลาที่รอคอยของใครหลาย ๆ คน แต่สำหรับคนพื้นที่ภาคเหนือ อาจจะเป็นช่วงเวลาอันแสนเศร้า เนื่องจากเป็นช่วงที่ค่าฝุ่นละอองค่อนข้างพุ่งสูง เพราะอากาศที่เย็นขึ้นนั้นทำให้ฝุ่นละอองสะสมตัวได้ง่ายขึ้น

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ภาคเหนือของประเทศไทยมีค่าฝุ่นที่สูงขึ้น จากการสำรวจของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์กรมหาชน) หรือ GISTDA คือ การที่ประเทศไทยมีจุดความร้อนค่อนข้างเยอะ ในปี 2566 มีถึง 1,100 จุด และ 3 อันดับแรก เป็นจังหวัดในภาคเหนืออย่าง เชียงราย แม่ฮ่องสอน และน่าน โดยหนึ่งในสาเหตุของการเกิดจุดความร้อน มาจากการเผาพื้นที่เกษตรและไฟป่า รวมถึงพฤติกรรมการเผาขยะมูลฝอย กิ่งไม้ใบไม้ หรือเผาสิ่งต่าง ๆ กลางแจ้ง ของภาคประชาชนด้วย

สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน นครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ERDI-CMU) ได้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการชีวมวลแบบครบวงจร ที่มุ่งเน้นการกำจัดขยะอย่างยั่งยืน เพื่อผลิตเป็นพลังงานทดแทน และเป็นต้นแบบการจัดการขยะให้กับชุมชน โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เริ่มจากการนำขยะจากหอพักและโรงอาหาร มาเข้าสู่กระบวนการ ผลิตเป็นไบโอแก๊ส เพื่อนำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิง CBG (Compressed Biomethane Gas) ใช้กับรถภายในมหาวิทยาลัย การบริหารจัดการชีวมวลแบบครบวงจรนี้ สามารถลดปริมาณขยะฝังกลบและเผาได้ถึง 4,500 ตัน/ปี และยังสามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 10,900 ตันคาร์บอนไดออกไซด์/ปี นอกจากนี้ยังสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ 1,500-2,000 บาท ต่อขยะอินทรีย์ 1 ตัน อีกด้วย

กระบวนการจัดการขยะของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เริ่มต้นจากการให้บุคลากรและนักศึกษาแยกทิ้งขยะภายในมหาวิทยาลัย โดยแบ่งขยะเป็น 6 ประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป, ขยะรีไซเคิล, ขยะอินทรีย์, ขยะชีวมวล, ขยะอันตราย และขยะเศษวัสดุก่อสร้างและโฟม จากนั้นรวบรวมขยะไปยังจุดพักขยะเพื่อนำมาคัดแยกซ้ำ แยกเป็น 5 ประเภท คือ ขยะติดเชื้อ, ขยะอันตราย, ขยะรีไซเคิล, ขยะอินทรีย์ และขยะทั่วไป หลังจากนี้จะมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเพื่อจัดการขยะเพื่อผลิตพลังงานทดแทน
ขยะทั่วไป จะถูกคัดแยกซ้ำอีกครั้ง เพื่อแยกขยะอินทรีย์ไปผลิตก๊าซชีวภาพหมักย่อยแบบแห้ง เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ในศูนย์ฯ และผลิตก๊าซไบโอมีเทน เพื่อใช้เติมรถขนส่งมวลชนของมหาวิทยาลัย ส่วนกากไขมันจะนำไปผลิตเป็นไบโอดีเซล
ขยะอินทรีย์ จะถูกนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ RDF และใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตยางมะตอย
ขยะชีวมวล จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการไพโรไลซิส เพื่อแปลงเป็นถ่ายชีวภาพ ใช้บำรุงดิน หรือนำมาอัดแท่ง ใช้เป็นเชื้อเพลิงเขียว

การจัดการขยะอย่างยั่งยืน ของศูนย์บริหารจัดการชีวมวลแบบครบวงจรนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ BCG Model โครงการ CMU Smart City-Clean Energy ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยสู่เมืองต้นแบบอัจฉริยะพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นโครงการที่สนับสนุนแผนพัฒนาการศึกษา มช. ระยะที่ 12 ของยุทธศาสตร์เชิงรุกด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมและพลังงาน

การจัดการขยะอย่างยั่งยืน ที่ศูนย์บริการจัดการชีวมวลแบบครบวงจร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ดำเนินการมานี้ ถือว่าเป็นโมเดลต้นแบบ ที่เหมาะกับองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะหน่วยงานทางภาคเหนือ นำไปปรับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อนุรักษ์พลังงานได้เลย เพราะการลงทุนเพื่อความยั่งยืนนั้นไม่ใช่ภาระ แต่เป็นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า ทั้งภายในหน่วยงานและระดับประเทศด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก:
https://www.facebook.com/watch/?v=24578396808467470 
https://erdi.cmu.ac.th/website_new/?page_id=2810&cn-reloaded=1
https://library.parliament.go.th/th/radioscript/rr2566-apr4
https://www.energynewscenter.com/