วันจันทร์, 18 พฤษภาคม 2569

ปฏิวัติการเดินทาง! ขสมก.-บขส.-TSB ทุ่ม 3.8 หมื่นล้าน เปลี่ยนสู่รถเมล์ไฟฟ้า EV ปี 2569

รูปภาพ: thairath.co.th

ในอีกไม่นาน ภาพการจราจรบนท้องถนนที่มีแต่รถเมล์เครื่องยนต์เก่า ๆ พร้อมควันดำจะกลายเป็นภาพความทรงจำในอดีต เพราะปี 2569 นี้ หน่วยงานขนส่งทั้งภาครัฐและเอกชน นำโดย ขสมก., บขส. และไทยสมายล์บัส ผนึกกำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ ทุ่มงบประมาณรวมกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท ปฏิวัติการเดินทาง เปลี่ยนผ่านสู่การใช้ ‘รถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus)’ อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

รูปภาพ: dailynews.co.th
รูปภาพ: mgronline.com


ท่ามกลางวิกฤตฝุ่น PM 2.5 และต้นทุนพลังงานที่ผันผวน องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ใช้ ‘พลังงานสะอาด’ เป็นไม้ตายในการปรับเปลี่ยน ภายใต้ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดินหน้าโครงการเช่ารถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้าจำนวน 1,520 คัน ระยะเวลาเช่า 7 ปี จากบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด ด้วยงบประมาณกว่า 15,000 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสถานีชาร์จไฟด้วย โดยโครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญคือการลดต้นทุนจากการใช้เชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุง ซึ่งคาดการณ์ว่าจะช่วยลดต้นทุนดังกล่าวได้กว่า 40% นอกจากนี้ยังช่วยลดมลพิษทางอากาศและควันดำ ที่เป็นปัญหามาอย่างยาวนานสำหรับกรุงเทพมหานคร ภายในเดือนเมษายน 2569 นี้ ขสมก. เร่งจัดหาพื้นที่อู่จอดรถและสถานีชาร์จ เพื่อรองรับรถล็อตใหม่ที่จะทยอยเข้าสู่ระบบ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ยังเป็นจุดสำคัญที่จะนำไปสู่การล้างหนี้สะสมกว่า 1 แสนล้านบาท


สำหรับฝั่งรถโดยสารระยะไกลอย่าง บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ก็ไม่น้อยหน้า เดินหน้าแผนจัดหารถโดยสารใหม่ 311 คัน มูลค่ากว่า 3,018 ล้านบาท ในรูปแบบเช่าดำเนินการพร้อมซ่อมบำรุง ระยะเวลา 5 ปี จากบริษัท อิทธิพร อิมปอร์ต จำกัด เพื่อขยายบริการข้ามจังหวัด และยกระดับการเดินทางข้ามจังหวัด ด้วยแนวคิด Green Transport โดยมีบริษัทเอกชน ไทยสมายล์บัส (TSB) เปิดจุดเชื่อมต่อการเดินทาง (EV Bus) ที่สถานีขนส่งหมอชิต 2

รูปภาพ: mgronline.com


ทำไมต้องเป็น ‘รถเมล์ไฟฟ้า’ ?

การที่ขนส่งมวลชนเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด มีข้อดีและส่งกระทบเชิงบวกในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็น

  • ลดมลพิษ PM 2.5: หนึ่งในสาเหตุการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก คือการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งการใช้รถเมล์ไฟฟ้า จะมีการปล่อยไอเสียเป็นศูนย์ จึงสามารถช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก การปล่อยควันดำ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้
  • ประหยัดต้นทุนพลังงานและต้นทุนโดยรวม: ในระยะยาว พลังงานไฟฟ้ามีต้นทุนต่ำกว่าและมีความผันผวนน้อยกว่าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงค่าซ่อมบำรุงที่ต่ำลงกว่าการใช้รถสันดาปเดิม ซึ่งสามารถช่วยให้องค์กรบริหารจัดการงบประมาณได้ดีขึ้น
  • ความสะดวกสบายและทันสมัย: ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น, ทางลาดสำหรับผู้พิการ, กล้อง CCTV หรือแม้กระทั่งการรองรับการใช้งานยุคดิจิทัล เช่น ระบบจ่ายเงินออนไลน์ และการเชื่อมต่อระบบอื่น ๆ
รูปภาพ: mgronline.com


โดยในปี 2569 นี้ กระทรวงคมนาคม ได้มีการตั้งเป้าหมายไว้ว่า ประชาชนจะได้เห็นรถเมล์ไฟฟ้าวิ่งให้บริการครอบคลุมเส้นทางส่วนใหญ่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) ในภูมิภาคอาเซียน ตามนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ด้วย


การทุ่มงบกว่า 3.8 หมื่นล้านบาทในครั้งนี้ จึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศที่คุ้มค่า เพราะสิ่งที่คนไทยได้กลับมาไม่ใช่แค่รถเมล์คันใหม่ แต่เป็นอากาศที่สะอาดขึ้น ระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัยและตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้นอีกด้วย


ที่มา:

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Agrivoltaics เทรนด์พลังงานสะอาดที่กำลังเปลี่ยนอนาคตเกษตรโลก เมื่อการปลูกผักและผลิตไฟฟ้ากลายเป็นเรื่องเดียวกัน
สิงคโปร์ผนึกกำลังความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ การเงิน พร้อมจับมือพันธมิตรในระดับภูมิภาค เดินหน้าลดขยะพลาสติกจากแม่น้ำที่ไหลลงสู่มหาสมุทรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
SENA ก้าวสู่ New S-Curve ดัน “SENA Green Auto” ทรานส์ฟอร์มจาก Developer สู่ Green Lifestyle Platform เชื่อม บ้าน–รถ–พลังงาน ครบในที่เดียว
เคาะแล้ว! Solar Rooftop ปี 2569 นี้ ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท
พลิกโฉมธุรกิจท่องเที่ยวไทย! ชวนเข้าร่วม TAT Academy Bootcamp อัปเกรดความรู้ สู่การตลาดยุคใหม่ที่ยั่งยืน
Tru Earth แผ่นซักผ้าจิ๋ว กับ Eco-Strips นวัตกรรมที่ทำให้โลกยั่งยืน