วันอังคาร, 10 มีนาคม 2569

ชวนส่องโครงการ Green Light จาก Google

โครงการ Green Light จาก Google 🚦 โครงการที่นำ AI มาช่วย เพื่อลดปัญหามลพิษที่เกิดจากการจราจรในกรุงเทพมหานคร

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘การจราจร’ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ ที่คนวัยทำงาน คนใช้รถ ใช้ถนน ต้องพบเจอในทุกวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวกำหนดชะตาการทำงาน การนัดหมาย ของเราในวันนั้น ๆ ด้วย และเคยสงสัยกันไหมว่า ใครกันนะเป็นคนกำหนดสัญญาณไฟจราจร แล้วมีเกณฑ์อะไรในการปรับเปลี่ยนสัญญาณ ทำไมไฟแดงถึงนาน จะดีกว่าไหมถ้ามีการใช้ประโยชน์จาก AI นำข้อมูลการจราจรเรียลไทม์มาเป็นตัวกำหนดเวลาของสัญญาณไฟอย่างเหมาะสม เพราะการจอดรถติดไฟแดงอยู่บนถนนเป็นเวลานานแบบที่เลี่ยงไม่ได้ นำมาซึ่งมลพิษทางอากาศที่สะสมเพิ่มมากขึ้นทุกวัน   

สัญญาณไฟจราจรแห่งแรกของโลกถูกติดตั้งขึ้นในปี 1868 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ออกแบบโดยวิศวกร J.P. Knight โดยใช้ระบบ หลอดไฟก๊าซ ควบคุมด้วยมือ และแสดงสัญญาณเพียง สองสี คือ แดง และ เขียว เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณหน้ารัฐสภา ในปี 1869 เกิดเหตุการณ์ ก๊าซรั่วและระเบิด ทำให้ระบบเกิดความไม่ปลอดภัย ไฟดับบ่อยครั้ง และสุดท้ายต้องยุติการใช้งานไป

กระทั่งในปี 1914 สัญญาณไฟจราจรถูกพัฒนาใหม่ในรูปแบบ ระบบไฟฟ้า และติดตั้งเป็นครั้งแรกที่เมือง คลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา โดยผู้ออกแบบคือ James Hoge ซึ่งยังคงใช้เพียงสองสีคือ แดง และ เขียว จนต่อมาในปี 1920 วิศวกรชื่อ William Potts ได้เพิ่มไฟสีเหลืองเข้าไปในระบบสัญญาณ เพื่อช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ชะลอความเร็วก่อนเปลี่ยนไฟ ซึ่งกลายเป็นรูปแบบมาตรฐานที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน

และในฝั่งของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ สัญญาณไฟจราจรถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งในปี 1926 โดยมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าแบบควบคุมด้วยมือ บริเวณถนนพิคคาเดลี่(Piccadilly) ใจกลางกรุงลอนดอน ถือเป็นการนำระบบไฟจราจรกลับมาใช้งานในเมืองหลวงอีกครั้งในรอบเกือบ 60 ปี

สำหรับสัญญาณไฟจราจรในประเทศไทยโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ถูกกำหนดและควบคุมโดย กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ทำหน้าที่ควบคุมไฟจราจรโดยรวมในเขตกรุงเทพฯ ดูแลเรื่องการเปิด-ปิดสัญญาณไฟจราจร (กรณีฉุกเฉิน/ช่วงเวลาเร่งด่วน) รวมถึงประสานงานกับศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร ร่วมกับสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ที่ทำหน้าที่ติดตั้งและบำรุงรักษาสัญญาณไฟจราจร ออกแบบและปรับเปลี่ยนโปรแกรมการทำงานของไฟสัญญาณ (ช่วงเวลาเขียว-แดง) และศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (Traffic Control Center) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมไฟจราจรทั่วกรุงเทพฯ โดยสามารถควบคุมการเปลี่ยนไฟแบบเรียลไทม์ตามสภาพการจราจรได้

Google ได้ดำเนินโครงการวิจัย ‘Green Light’ ผ่านการนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาใช้ในการวิเคราะห์และปรับปรุงการควบคุมสัญญาณไฟจราจรแบบเรียลไทม์ โดยมีเป้าหมายหลักในการลดการจราจรติดขัดและมลพิษจากการหยุดและออกตัวซ้ำ ๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณแยกไฟแดง เรียกได้ว่าเป็นการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาจราจรและสิ่งแวดล้อมในเมืองนั่นเอง

ในปัจจุบัน โครงการ Green Light ได้ถูกนำไปใช้ใน 12 เมืองทั่วโลก เช่น เมืองบอสตัน เมืองโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา, เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี, เมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย เป็นต้น หลังจากการทดลองใช้นั้น พบว่าโครงการนี้สามารถลดการหยุดรถที่สัญญาณไฟแดงได้ถึง 30% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 10% รวมถึงประหยัดน้ำมันสำหรับการเดินทางกว่า 30 ล้านครั้งต่อเดือน

สำหรับประเทศไทยนั้น Google และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้มีการร่วมมือกัน นำโครงการ Green Light เข้ามาตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 เพื่อจะนำเทคโนโลยี AI มาใช้ปรับปรุงการจัดการสัญญาณไฟจราจรตามแยกหลัก ๆ ในกรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายหลักในการลดปัญหารถติดและมลพิษจากการจราจร โดยกระบวนการทำงานจะอาศัยการให้บริการแผนที่ออนไลน์ของ Google Maps และเทรนด์การขับขี่ยานพาหนะ มาสร้างแบบจำลอง วิเคราะห์การจราจร และใช้ AI ประมวลผล เพื่อให้คำแนะนำในการปรับจังหวะการให้สัญญาณไฟจราจรให้เหมาะสม ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสัญญาไฟจราจร และทำให้การจราจรคล่องตัวยิ่งขึ้น

เราเชื่อว่า หากในอนาคตมีการนำโครงการ Green Light ไปใช้ในหลายประเทศมากขึ้น ก็จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจราจรที่ติดขัด ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้ ได้มากขึ้นด้วยนั่นเอง

อ้างอิง:
https://sites.research.google/gr/greenlight/
https://thailand.googleblog.com/2025/05/project-green-light.html

ขอบคุณรูปภาพจาก: https://www.facebook.com/Google/