วันอังคาร, 10 มีนาคม 2569

Tokyo Green Biz โตเกียวกำลังทำอะไร ?

26 พ.ย. 2024
455

ถ้ามีคนถามขึ้นมาว่า “ปีนี้อยากไปเที่ยวไหน”
เชื่อว่าเกินครึ่ง ก็น่าจะมี “ญี่ปุ่น” นี่ล่ะ เป็นคำตอบ

หัวใจที่เป็น Soft power ของแดนอาทิตย์อุทัยคือ “คุณภาพ” ที่ชาวญี่ปุ่นใส่ใจและลงแรงกันอย่างจริงจังจนกลายเป็นสายเลือด จะด้วยอากาศหรือน้ำอันบริสุทธิ์ การคมนาคมที่เชื่อถือได้ หรืออาหารที่ทำให้เรายินดีต่อคิวนับชั่วโมงก็ดี วันนี้ Good AfterGreen มีโอกาสกลับมาคิดถึงโครงการ Tokyo Green Biz ของ Tokyo Metropolitan Government (TMG) ที่เริ่มต้นเมื่อปี 2023 อีกครั้ง โครงการของเมืองหลวงที่วางแผนระยะยาว 100 ปี เพื่อทำให้พื้นที่สีเขียวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเมืองได้อย่างสมดุล เราจะมาดูกันว่านโยบายสามเสาหลัก “ปกป้องพื้นที่สีเขียว (Protect)” “ขยายและเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียว (Increase and Connect)” และ “ใช้ประโยชน์พื้นที่สีเขียว (Utilize)” ของโครงการ Tokyo Green Biz มีอะไรบ้างที่น่าสนใจ

เสาหลักที่ 1 คือ “ปกป้องพื้นที่สีเขียว (protect)”
ว่าด้วยการปกปักษ์รักษาประชากรสีเขียวให้คงอยู่ จะมีมาตราการและแนวทางให้ความรู้และการฝึกอบรมอย่างไรบ้าง ที่จะทำให้คนเมือง รวมถึงเกษตรกรในเมืองเข้าใจว่าการมีพื้นที่สีเขียวที่เขียวชอุ่ม ที่ปลอดภัย มีประโยชน์อย่างไรต่อคนเมือง ไม่ว่าจะด้วยการเพิ่มระดับออกซิเจน สุนทรียภาพ รวมไปถึงที่พื้นที่สีเขียวสามารถเป็นแหล่งพึ่งพิงในยามเกิดภัยทางธรรมชาติ โดยโตเกียวได้กำหนดให้พื้นที่สีเขียว 50 แห่งทั้งประเภทที่เป็นเขา เป็นเนิน หรือเป็นพื้นที่ราบสูงรวมพื้นที่กว่า 760 เฮกตาร์เป็นพื้นที่สีเขียวอนุรักษ์ทางธรรมชาติ นอกจากนี้พื้นที่ของน้ำในแหล่งธรรมชาติยังถือเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่สีเขียว โดยเฉพาะพื้นที่น้ำบริเวณแม่น้ำทามะ แม่น้ำสายหลักของจังหวัดยามานาชิ จังหวัดนางาวะและโตเกียว โครงการ Tokyo Green Biz จึงต้องให้แน่ใจว่า ป่าเขาสองข้างทางแม่น้ำจะได้รับการทำนุบำรุง เพื่อให้สิงสาราสัตว์มีความเป็นอยู่ที่ปกติสมดุล เส้นทางการเดินป่าเขาจะไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตและความอุดมสมบูรณ์ของป่า สุดท้ายว่าด้วยพื้นที่สีเขียวในแหล่งชุมชน โตเกียวมีพื้นที่สีเขียวจำนวน 53 แห่ง ครองพื้นที่กว่า 321 เฮกตาร์ (เมษายน 2023) และมีการกำหนดสัญญาพื้นที่เขียวในเมืองสำหรับที่อยู่อาศัย เมื่อมีนาคม 2022 มีกำหนดสัญญาแล้วจำนวน 56 แห่ง นอกจากนี้ทางการโตเกียวยังให้ความสำคัญแก่การดูแลเหล่าพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ในเมือง อาทิ ต้นไม้สองข้างทางถนน ให้ได้รับการดูแลที่ดีและเกิดความสวยงาม

เสาหลักที่ 2 คือ ““ขยายและเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียว (Increase and Connect)”
ว่าด้วยการพัฒนาให้คนเมืองเพิ่มความเขียวในชีวิตยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มสมดุลของชีวิตคนเมืองด้วยธรรมชาติและที่สำคัญอีกประการคือการปรับตัวเมืองให้พร้อมรับภัยทางธรรมชาติด้วยการป้องกันด้วยพื้นที่สีเขียว นับตั้งแต่ปี 1965 เป็นต้นมาโตเกียวได้เพิ่มจำนวนพื้นที่เขียวได้อย่างก้าวกระโดด จากพื้นที่เพียง 500 เฮกตาร์ (1965) สู่ 2,063 เฮกตาร์ ภายในระยะเวลา 58 ปีให้หลัง โตเกียวสามารถสร้างสวนสาธารณะกว่า 4 เท่าตัว และมุ่งหน้าสู่ 2,168 เฮกตาร์ ในปี 2030 ตามเป้าที่ตั้งไว้ นี่ยังไม่รวมอุทยานทางทะเลบนที่ดินถมทะเล การเพิ่มต้นไม้ตามเส้นทางการคมนาคมทางบก และความร่วมมือกับภาคเอกชนในการเพิ่มสีเขียวในสิ่งก่อสร้าง ส่งเสริมให้คนเมืองได้ใช้ชีวิตร่วมกับน้ำและพื้นที่สีเขียวในชีวิตประจำวัน

เสาหลักที่ 3 คือ “ใช้ประโยชน์พื้นที่สีเขียว (Utilize)”
ว่าด้วยความร่วมมือของผู้อยู่อาศัยในโตเกียวให้โอบรับพื้นที่สีเขียวที่ทางการโตเกียวมอบให้ TMG จัดงานและกิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์เจตนารมย์และวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อแสดงให้ชาวเมืองได้ตระหนักและเข้าใจความสำคัญของการอยู่ร่วมและรักษาพื้นที่สีเขียว พร้อมสานสร้างและส่งต่อเจตนารมย์ไปสู่คนรุ่นใหม่ให้กลายเป็นวัฒนธรรมที่ยั่งยืนสู่อนาคต กิจกรรมมีความหลากหลายกันออกไป อาทิ การปลูกป่าหรือลงต้นไม้ในสวนสาธารณะร่วมกันของคนในละแวก การสอนการปลูกและดูแลพืชพันธุ์เพื่อผู้อยู่อาศัย การหว่านข้าว การทำนุบำรุงป่า หรือการระดมทุนเพื่อการร่วมของชาวโตเกียวและกลุ่มบริษัทเอกชนร่วมกันปลูกต้นกล้าประมาณ 240,000 ต้น บนเนินกองขยะสูง 30 เมตร เปลี่ยนให้เป็นป่าที่สวยงาม นอกเหนือจากการขอความร่วมมือร่วมแรงจากประชาชนในการเพิ่มและดูแลพื้นที่สีเขียว ทางการโตเกียวยังเสนอให้ชาวเมืองร่วมสัมผัสการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สีเขียวในมุมของคนเมือง อาทิ การจัดงานในหน้าร้อน หรือการจัดกิจกรรมประจำปีที่มีความสำคัญของชาวญี่ปุ่น โดยต้นปี 2024 ที่ผ่านมา TMG ได้เริ่มต้นพัฒนา Tokyo Green Biz Map ขึ้นมา เพื่อให้ชาวโตเกียวที่กำลังมองหาพื้นที่สีเชียวใกล้ตัวเข้าไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น


จากการพัฒนาแนวคิดพื้นที่สีเขียวของคนเมือง TMG แสดงให้เห็นจำนวนของไม้ทามะที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับตลาดไม้และการผลิตเยื่อกระดาษ และ “Forest stock” ที่สูงขึ้น ทั้งนี้ด้วยอายุและความชราของป่า ส่งผลให้ศักยภาพในการดูดซับก๊าซเรือนกระจกมีลดลง การรักษาและเพิ่มพื้นที่สีเขียวจึงกลายเป็นโครงการสำคัญที่ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว เช่นเดียวกับภาวะโลกร้อนที่กำลังกระทบโลกใบนี้ เห็นได้จากพายุฝนที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นทุกปี โดยโตเกียวก็ได้ศึกษาแนวทางปฏิบัติในประเทศอื่นๆ อยู่ด้วย ดังเช่น นิวยอร์คและสิงคโปร์กับการปรับตัวของคนในเมืองหลวงให้ใช้ประโยชน์พื้นที่สีเขียวในการพักผ่อนหย่อนใจ แต่ในขณะเดียวกันในภาวะหน้าฝนชาวนิวยอร์คก็รู้จัก Greenbelt (สวนหน้าฝน) ส่วนคนสิงคโปร์ก็เข้าใจการใช้สวนสาธารณะที่มีบ่อน้ำเพื่อรองรับน้ำฝนในช่วงน้ำหลาก


เป้าหมายของโตเกียวในอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า คือการสร้าง “Nature Positive” ให้กับสังคม ความหลากหลายทางชีวภาพที่มนุษย์สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ จะทำให้เกิดเป็น Lifestyle ของสังคมที่มีคุณภาพในระดับยั่งยืนและ “หรูหรา” อย่างแท้จริง


ตัวอย่างที่ทำให้เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง คือการหันมาใช้ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกอย่างช้อนส้อมกระดาษหรือไม้ หรือการก่อสร้างอาคารด้วยไม้เป็นหลัก หรือ ปีที่แล้วคนโตเกียวที่รักนกได้กลับมาเห็นนกกระเต็น (Kingfisher) กันคุ้นตาอีกครั้ง มันน่าเศร้าที่ นักหนังสือพิมพ์อย่าง เคนจิ ฮอลล์ เคยบอกกับตัวเองว่า “ผมแน่ใจว่าเมืองนี้ไม่ใช่สวรรค์ของนก พวกเขาจะหาพื้นที่เขียวขจีเพียงพอที่จะทำนกได้ที่ไหนกันนะ?” แต่ในวันนี้ ต้องบอกว่าโตเกียวเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ จริงๆ แล้วนะ

ไหนใครจะมีแผนจะไปโตเกียวปลายปีบ้าง ยกมือขึ้น!

อ้างอิง
https://www.metro.tokyo.lg.jp/english/policies/environment/0804_01.html
https://www.tokyo-greenbizmap.metro.tokyo.lg.jp/
https://www.tokyoupdates.metro.tokyo.lg.jp/en/post-923/
https://sponsorcontent.cnn.com/int/tmg-green-biz/tokyo-evolution