วันศุกร์, 6 มีนาคม 2569

การประชุม World Economic Forum ครั้งที่ 54 ผู้บริหารคุยอะไรกันที่ Davos?

20 ก.ย. 2024
195

เสร็จสิ้นไปเมื่อสัปดาห์ก่อน สำหรับการประชุม World Economic Forum ครั้งที่ 54 ที่เมือง Davos สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งเป็นการรวมตัวของเหล่าประมุขและผู้นำรัฐบาล หัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ ผู้บริหารจากภาคธุรกิจ นักวิชาการ และผู้มีอิทธิพลทางความคิดจากทั่วโลก โดยตัวแทนจากประเทศไทยคือ นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน

หัวข้อสำคัญของการประชุมกันในช่วง 15-19 มกราคมที่ผ่านมา คือ Rebuilding Trust หรือการฟื้นฟูความเชื่อมั่น ใน 4 ประเด็นหลัก คือ ด้านความร่วมมือและความมั่งคงในโลกที่แตกแยก (Achieving security and cooperation in a fractured world) ด้านการสร้างการเติบโตและการสร้างงานในยุคใหม่ (Creating growth and jobs for a new era) ด้านการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในฐานะปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม (AI as a driving force for the economy and society) และประเด็นสุดท้าย คือด้านยุทธศาสตร์ระยะยาวสำหรับสภาพภูมิอากาศ ธรรมชาติ และพลังงาน (A long-term strategy for climate, nature and energy)

จาก 5 วันของการพบปะหารือ McKinsey & Company ได้ถอดรหัส 10 สาระสำคัญออกมาได้อย่างน่าสนใจ

  1. Speed is crucial to outperformance.
    “ถ้าอยากนำหน้าคนอื่น เราต้องพัฒนาตัวเองให้สามารถปรับตัวได้เร็ว” ข้อพิสูจน์จากภาคธุรกิจของโลกคือ เมื่อเปรียบเทียบบริษัทที่ความสามารถในการปรับตัวต่างกัน พบว่าบริษัทที่ปรับตัวได้ไวกว่า จะมีศักยภาพในการขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างยืดหยุ่นต่อความท้าทายสูงกว่าถึง 2.1 เท่า มีประสิทธิภาพในการสร้างผลกำไรสูงกว่าถึง 2.5 เท่า มีอัตราการเติบโตสูงกว่าถึง 3 เท่า และเข้าถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ดีกว่าถึง 4.8 เท่า
  2. Cooperation is multifaceted and can coexist with competition.
    “ต้องรู้จักร่วมมือและแข่งขันไปพร้อม ๆ กัน (Coopetition)” ใครว่าเราต้องแข่งขันกันอย่างเดียว ในการที่เราจะก้าวไปข้างหน้า ? แนวคิดใหม่ของพัฒนาการองค์รวม คือการที่แต่ละองค์กรธุรกิจรู้จักแลกเปลี่ยนและเริ่มมือ ในสิ่งที่แต่ละฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน เพื่อผลักดันความก้าวหน้าให้เกิดขึ้นได้มากกว่า เพราะแน่นอนว่าการร่วมระดมความคิดจากหลายสมองหลายมือ ย่อมดีกว่าเสมอ
  3. The generative AI revolution is only just beginning.
    “AI ที่ชาญฉลาดจะเข้ามายกระดับบทบาทหน้าที่และประสิทธิภาพของหน่วยงานต่าง ๆ ภายในองค์กร” สิ่งสำคัญคือองค์กรต้องเข้าใจ เข้าถึง และกล้าที่จะเปลี่ยน หากทำได้จริง เรากำลังพูดถึงมูลค่าทางธุรกิจถึงหลายแสนล้านเหรียญ ทั้งในวงการการธนาคาร ไปจนถึงวิทยาศาสตร์เพื่อการดูแลชีวิต
  4. Sustainability is a business imperative.
    “ผู้ที่เข้าถึงความยั่งยืน คือผู้ที่มีแต้มต่อ” ถึงเวลาที่เราต้องตีโจทย์ให้ออกว่าเราจะเป็นส่วนหนี่งของระบบเศรษฐกิจที่ไร้คาร์บอนได้อย่างไร ผู้มีหาที่ทางของตัวเองเจอเท่านั้น คือผู้ชนะ
  5. Better women’s health is correlated with economic prosperity.
    “เมื่อผู้หญิงมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เมื่อนั้นเศรษฐกิจจะงอกงาม” ช่องว่างทางมาตรฐานสุขภาพของผู้หญิงทั่วโลก นั่นจำเป็นต้องได้รับการลงทุนสนับสนุน เพราะผู้หญิงที่มีสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตในสังคมและเศรษฐกิจให้ดีขึ้นต่อไปด้วยกัน โดยประมาณการได้ว่า การลงทุนในธุรกิจเพื่อดูแลสุขภาพของผู้หญิง จะมีส่วนทำให้เศรษฐกิจโลกเติบโตถึง 1 แสนล้านต่อปี ภายในปี 2040
  6. A comprehensive approach to transformation is most effective.
    “การปรับตัวขององค์กรต้องมีองค์ประกอบที่ครบมิติ” ได้แก่ ความตั้งใจ (Will) ทักษะ (Skill) ความเข้มงวด (Rigor) และขอบเขตชัดเจน (Scope)
  7. Business leaders need to focus on matching top talents to the highest-value roles.
    “เลือกคนที่มีทักษะที่ใช่…ให้รับตำแหน่งที่ตอบโจทย์” โจทย์นี้ดูเหมือนจะง่าย และตรงไปตรงมา แต่จากการสำรวจ พบว่าจริง ๆ แล้วกว่า 20-30% ของตำแหน่งงานในองค์กรระดับโลก กลับเลือกคนเข้ามารับตำแหน่งที่มีทักษะไม่สอดคล้อง นำไปสู่การเข้ามาของการจัดหางาน ที่วัดจากทักษะเป็นหลัก เพื่อช่วยให้บริษัทชั้นนำสามารถเข้าถึงกลุ่มแรงงานที่จะตอบโจทย์ตำแหน่งงานอย่างแท้จริง
  8. The best CEOs leave organization in a better place than they found them.
    “ซีอีโอบริษัทที่ดีจริง ๆ คือผู้ที่ทำให้องค์กรยกระดับขึ้นจากวันแรกที่พวกเขาก้าวเข้าสู่ตำแหน่ง” นี่คือแรงบันดาลใจสำหรับผู้นำองค์กรทั่วโลก มองหาจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ที่คุณสามารถทำได้ เพื่อองค์กรที่คุณได้รับโอกาสเข้ามาดูแล และในวันนี้ ผู้นำแถวหน้าของหลาย ๆ องค์กรระดับโลก ก็ชี้ไปที่เรื่อง “ความยั่งยืน”
  9. Performance and diversity are not mutually exclusive.
    “ความหลากหลายคือบันไดขั้นสำคัญสู่การเติบโต”​ หลาย ๆ บริษัทเริ่มสัมผัสได้แล้ว ว่านโยบายด้านความหลากหลาย (Diversity) ไม่ใช่เป็นเพียงนโยบายด้านมนุษยธรรม แต่เป็นนโยบายที่เอื้อต่อผลประกอบการด้วยจริง ๆ เพราะความหลากหลายนี่แหละ ที่จะทำให้องค์กรเข้าถึงมุมมองและโอกาสใหม่ ๆ ที่อาจไม่เคยคิดถึงมาก่อนนั่นเอง
  10. Don’t overlook India’s potential.
    “ให้จับตามองอินเดีย” เพราะนี่คือระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในโลกในขณะนี้ โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี แรงงาน และสุขภาพ

อ้างอิง
https://www.weforum.org/events/world-economic-forum-annual-meeting-2024/
https://www.mckinsey.com/featured-insights/themes/10-key-takeaways-from-davos-2024